Wednesday, December 31, 2025

NPC ตอนที่ 51 สรุปปี สรุปยา สรุปโรค 2025

 



5 เมย 2025 หู กินยาฆ่าเชื้อ DarFlox 10วัน / ห่างจากรอบที่แล้ว 138วัน

11 พค 2025 จมูกตัน turbinate บวม ได้ยา Dymista มาพ่น

25 พค 2025 ปวดจมูก กินยาฆ่าเชื้อ Zithromax 3วัน / ห่างจากรอบที่แล้ว 50วัน

30 พค 2025 ปวดจมูก ปวดหู กินยาฆ่าเชื้อ Zithromax 3วัน

07 มิย 2025 น้ำมูกไหลเยอะ ได้ Pumicot มาผสมน้ำเกลือล้างจมูก 2หลอด

12 มิย 2025 ยังไม่หายปวด ได้ Pumicot มาเพิ่ม อีก 10หลอด + DarFlox แต่ยังไม่ได้กิน อาการหายก่อน

7 พย 2025 มีอาการคอแข็งเกร็ง กล่องเสียงอักเสบ ได้ยา Celebex/Norgesic 

นับจนถึงสิ้นปีรอบนี้ไม่ติดเชื้อนานราวๆ 215 วัน แม้ระหว่างทางจะมีอาการปวดหู มีน้ำในหูบ้าง มีหูอื้อบ้าง แต่การทำบริหาร ช่วยให้อาหารเหล่านั้นลดลงจนไม่ติดเชื้อได้

Tuesday, December 9, 2025

NPC ตอนที่ 50 เฝ้าระวัง ภาวะกระดูกตาย หลังฉายแสง ปีที่ 5

9 ธค

มาพบหมอจมูก หมอแจ้งว่า mri ปกติ แต่มีไซนัสบวม ให้ล้างจมูกต่อเนื่องห้ามขาด แม้ว่าจะไม่มีอาการ เพราะถ้ามีอาการติดเชื้อแล้วจะรักษายากกว่าปกติ ตอนนี้เริ่มมีรายงานว่าคนไข้ npc มักจะมีอาการกระดูกฐานกระโหลกตาย ในปีที่7เป็นต้นไป และจะเป้นหนักในปีที่ 10 ดังนั้น ต้องระมัดระวัง อย่าให้ติดเชื้อลามไปกระดูก เกิดกระดูกตาย สรุปคือให้ล้างจมูกและพ่นยาต่อเนื่อง

โดยมาก คนไข้ npc จะเป็นคนที่รักษามาราธอนที่สุด กล่าวคือเป็นโรคที่รักษาให้หายได้แต่ผลข้างเคียงเยอะ คนไข้ caอื่น มักจะรุนแรงและหลังรักษาจะอยู่ได้น้อยกว่า โดยปกติ NPC จะกลับมางอกใหม่ ภายใน3ปี ถ้าพ้นสามปีแรกไป มักจะไม่กลับมาแล้ว ดังนั้นนัดอีกที 6เดือน

10 ธค

เริ่มกลับมาล้างจมูกทุกวันอีกครั้ง หลังจากไม่ได้ล้างมาร่วมเดือน ที่ไม่ล้างเพราะไม่มีอะไรในจมูก อาการคงที่แห้งดี แต่เมื่อวานหมอบอกว่าให้ล้างตลอด สร้างความชุ่มชื้นให้โพรงจมูก และป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ ไม่ให้แห้ง ช่วงนี้มีน้ำลายก้อนผนังคอออกมาเรื่อยๆ เป็นสีเหลืองอ่อน

บังเอิญช่วงนี้ไซนัสแน่น ล้างแล้วมีน้ำมูกเหนียวใส ออกมาด้วย คงตั้งเวลาล้างเป็นช่วงบ่าย 4 หลังกลับบ้านของทุกๆ วัน อาการเจ็บหูเริ่มมากขึ้น แต่วันนี้เริ่มบริหารกล้ามเนื้อฐานกะโหลก และบังเอิญไปนวดโดนกล้ามเนื้อข้างกราม จุดเดิมที่เคยทำมาตลอด ตอนฉายแสง แต่พออาการดีก็เลิกไป เมื่อวานกลับมาเริ่มทำเพราะหมอให้ระวังเรื่องกระดูกตาย และ ChatGPT บอกว่าให้นวดบริหารเพื่อเสริมการหมุนเวียนของหลอดเลือด ส่องหูแล้วไม่แดง ไม่ติดเชื้อ จุดที่เจ็บตรงกับที่อ้าปาก น่าจะมาจากท่อยูสเตเชียนที่เดิม หูมีเสียงวี๊ดดังมาก ข้อสังเกตเวลากลืนน้ำลายจะมีเสียงหูกุบกับ มาได้เกือบอาทิตย์แล้ว น่าจะเพราะท่อยูสเตเชียนมันบวมเป็นอันแรก ก่อนจะลามไปไซนัส วันหลังต้องสังเกตตรงนี้เพิ่มอย่างละเอียดอีกที

11 ธค

อาการเจ็บหูลดลงบ้าง น้ำลายมีเมือกเหลืองเข้มหลุดออกมาเรื่อยๆ สีน้ำลายเข้มขึ้น ตรงกับน้ำมูกไซนัส ที่เป็นมาตั้งแต่วันที่ 8 ธค ปกติ ถ้ามีน้ำมูกค้าง น้ำเมือกผนังคอที่ไหลกองค้าง จะค่อยๆออกมาเป็นสีเข้มๆ น้ำเมือกพวกนี้ เหมือนจะมาจากในหูชั้นกลาง อาการจะตรงกันที่ปวดหู เดี๋ยวลองดูว่าถ้าไหลหมดแล้วหูจะหายเจ็บไหม หูมีเสียงวี๊ดดัง

ขอสังเกตุ การนวดและบริหารกรามด้วยการอ้าปาก ตามตาราง GPT ช่วยให้น้ำในหูไหลได้เช่นกัน ท่า Jaw ที่ GPT แนะนำตรงกับที่เคยค้นพบเอง


12 ธค

วันนี้เจ็บในหูทั้งวัน มีอาการหูอื้อตื้อๆ จะมีจังหวะหายคือเวลาขยับปากแล้วเสียงดังฝุบ เหมือนหูเคลียร์แรงดัน ประมาณสถาการณ์คือมีอะไรตันในหู อาจจะต้องเรียกศัพท์ใหม่ว่า แกนหู มันจะอยู่ตรงกล้ามเนื้อรอบๆ แก้วหู ถ้าถาม  chatgpt เขาจะบอกว่าเป็นตำแหน่งที่ตรงกันท่อ ยูสเตเชียน แปลได้ว่าท่อยูสเตเชียนเจ็บ จากประสบการณ์ที่บันทึกไว้ อาการนี้ต้องขยับกรามบ่อยๆ ถ้าทำไม่ทันจะลามเกิดการติดเชื้อที่หูชั้นกลาง กลับบ้านล้างจมูกตามที่หมอบอก วันนี้มีน้ำมูกใน โพรงไซนัสค่อนข้างเยอะ แม้ว่จะไม่มีอาการคัดจมูกเลย อาจจะเหมือนที่หมอบอกว่า ให้ล้างไปเรื่อยๆ 

13 ธค

วันนี้เช้ามีก้อนวุ้นหลุดออกมา อาการหูเจ็บหายไปแล้ว เดาได้ว่ามีน้ำในหูเมื่อวานนี้ และจับตัวเป็นก้อนค้างที่ท่อยูสเตเชี่ยน หลังจากบริหรกรามตามที่บันทึกไว้ วันนี้ก้อนวุ้นหลุดออกมาอีกตามบันทึก อาการหูเจ็บลดลง จริงๆต้องเรียกว่าหายไปเลย การบริหารกรามทำตามตารางข้างล่างข้อสองและเสริมด้วยการนวดท่อยูสเตเชียนข้อห้าด้วย ยิ่งทำให้ข้างกรามอุ่นเท่าไหร่ ก้อนวุ้นออกง่ายเท่านั้น

14 - 17 ธค

เจ็บหูหายไปเลยหลังจากที่ก้อนวุ้นหลุดออกมา คิดว่าน่าจะรู้สาเหตุที่เจ็บหูคือมาจากระคายเคืองท่อยูสเตเชียนเป็นแน่เลย

18 ธค

วันนี้เข้าใจเรื่อง ไฟเบอร์เพิ่มอีกอย่าง คนเราคิดผักเยอะๆ ใช่ว่าจะดีต่อลำไส้เสมอไป ต้นเหตุคือที่ผ่านมาหลังฉายแสง พยายามกินผักให้เยอะ แต่ทำไมยังมีอาการท้องผูกเป็นระยะ ถ้าอ่านเจอในบันทึก เจอวิธีแก้ชั่วคราวคือเมื่อใดที่กินผัก กินฝรั่งเยอะๆ ต้องกินเม็ดโบรไอติก แต่มาช่วงนี้ที่โรงอาหารมีแก้วมังกรอย่างเดียว โดยปกติจะไม่กินแก้วมังกร จะกินแต่ฝรั่งกับมะละกอ พอช่วงนี้ ประมาณ 2อาทิตย์กินแก้วมังกรพบว่าถ้าวันไหนกิน จะถ่ายง่ายไม่ต้องใช้โปรไบโอติก มากนัก ประกอบกับช่วงนี้กินโปรตีนรสโยเกิตด้วยทุกวัน ยิ่งพบว่าท้องไม่ผูกมากนัก เลยเอาข้อมูลไปลองถาม chatgpt ได้ความว่า ไฟเบอร์มีสองชนิดคือ แบบละลายน้ำ กับ แบบไม่ละลายน้ำ 

แก้วมังกรเป็นแบบละลายน้ำ มีคุณสมบัติคือทำหน้าที่อุ้มน้ำ และมีเมล็ดธรรมมชาติเยอะทำให้เกิดการกระตุ้นที่ผนังลำไส้

ฝรั่งเป็นแบบไม่ละลายน้ำ มีคุณสมบัติคือเพิ่มกากเพิ่มมวล นั่นเป็นเหตุผลว่าถ้ากินฝรั่งเยอะต้องกินโปรไบโอติกช่วยย่อยสลาย ไม่ให้เกิดการอัดแน่น

ต้องมาปรับปรุงการกินผลไม้ใหม่ ให้เป็นแบบสมดุลทั้งแบบละลายและไม่ละลาย