Saturday, May 30, 2026

การวิเคราะห์หวัดจากสีน้ำมูก สรุปจาก Ai



การเปลี่ยนแปลงของสีและความข้นของน้ำมูก เป็นภาพสะท้อนชั้นดีถึง  

**"วงจรการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน"**  ในช่วงเวลาที่เราเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ  

### 🟢 สเตจที่ 1: ช่วงเริ่มต้นของอาการ (พยายามชะล้างเชื้อโรค) 

ช่วงนี้ร่างกายเพิ่งรับรู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอม (เช่น ไวรัสไข้หวัด หรือสารก่อภูมิแพ้) จึงพยายามสร้างน้ำเพื่อขับไล่มันออกไป * **น้ำมูกใสเหลว (Clear, Runny):** นี่คือจุดเริ่มต้นครับ ร่างกายจะผลิตน้ำมูกใสๆ ออกมาจำนวนมากเพื่อชะล้างไวรัสหรือฝุ่นละอองออกจากโพรงจมูก * **น้ำมูกเหนียวใส (Clear, Sticky):** เมื่อเวลาผ่านไปเล็กน้อย ร่างกายเริ่มสูญเสียน้ำ หรือเยื่อบุจมูกเริ่มบวมทำให้น้ำมูกค้างอยู่ด้านใน น้ำมูกใสๆ จึงเริ่มสูญเสียความชื้นและเปลี่ยนเป็นความเหนียวหนืดขึ้น 

### 🟡 สเตจที่ 2: ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มออกรด (กองทัพเม็ดเลือดขาวมาถึง) 

เมื่อการชะล้างด้วยน้ำมูกใสไม่ได้ผล ร่างกายจะส่ง "เม็ดเลือดขาว" (White Blood Cells) เข้ามาจัดการกับเชื้อโรคในโพรงจมูก * **น้ำมูกขุ่นเหลว (Cloudy, Runny):** ความขุ่นเกิดจากการที่เม็ดเลือดขาวเริ่มเดินทางมาสะสมตัวในน้ำมูก รวมถึงมีเศษซากของเซลล์เยื่อบุจมูกที่เสียหายหลุดลอกออกมาปนด้วย * **น้ำมูกขุ่นขาวเจลลี่ (Cloudy White, Jelly-like):** เป็นช่วงที่จมูกมักจะคัดและบวม น้ำมูกระบายออกได้ช้าลง ประกอบกับปริมาณเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำมูกข้นจับตัวกันคล้ายเจลลี่สีขาว 

### 🟠 สเตจที่ 3: สมรภูมิเดือด (ซากจากการต่อสู้) 

สีที่เปลี่ยนไปไม่ใช่สีของตัวเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แต่เป็นสีของ "ซาก" เม็ดเลือดขาวที่ตายแล้วหลังจากต่อสู้กับเชื้อโรค * **น้ำมูกใสเหลือง (Clear, Yellowish):** เม็ดเลือดขาวที่ทำลายเชื้อโรคเสร็จแล้วจะตายลงและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อปนกับน้ำมูกใสที่ร่างกายยังผลิตอยู่ จึงออกมาเป็นลักษณะใสแต่ติดสีเหลือง * **น้ำมูกขุ่นเหลืองเจลลี่ (Cloudy Yellow, Jelly-like):** การต่อสู้เข้มข้นขึ้น ซากเม็ดเลือดขาวและซากเชื้อโรคมีปริมาณมากข้น ค้างอยู่ในโพรงจมูกที่บวมเต่ง ทำให้ข้นเหนียวเป็นเจลลี่สีเหลืองขุ่น 

### 🔴 สเตจที่ 4: ช่วงพีกของอาการ หรือ จุดเปลี่ยน (สีเขียว / เริ่มแห้ง) 

ช่วงนี้อาจเป็นได้ทั้งจุดพีกสุดของหวัดไวรัสปกติ หรืออาจเป็นสัญญาณว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน * **น้ำมูกเขียวเป็นก้อน (Green, Clumpy):** สีเขียวเกิดจากเอนไซม์ที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ ซึ่งอยู่ในเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง (Neutrophils) ยิ่งน้ำมูกค้างอยู่ในโพรงจมูกนาน (เช่น ตอนนอนหลับ) เชื้อโรคและซากเม็ดเลือดขาวจะยิ่งกระจุกตัวแน่นจนกลายเป็นก้อนสีเขียวเข้ม หากคุณมีอาการ **น้ำมูกเขียวเป็นก้อน** หรือ **ขุ่นเหลืองเจลลี่** ต่อเนื่องยาวนานเกิน 10-14 วัน หรือมีอาการปวดโหนกแก้ม ปวดบริเวณหัวคิ้ว และมีไข้ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไซนัสอักเสบ ซึ่งในกรณีนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมครับ

 ### 🔴 สเตจที่ 5: น้ำมูกใสปนเหลืองแต่สีเหลืองจะเป็นแผ่นๆ (Clear with Yellow Flakes) 

 นี่คือสัญญาณของอาการที่กำลังจะหายครับ** ร่างกายเริ่มกลับมาผลิตน้ำมูกใสตามปกติเพื่อหล่อลื่นโพรงจมูก แต่ยังมี "เศษซากน้ำมูกสีเหลืองเดิมที่แห้งกรัง" ติดอยู่ตามผนังจมูก (เหมือนสะเก็ดแผล) พอน้ำมูกใสไหลผ่าน มันจึงพัดเอาสะเก็ดสีเหลืองเหล่านี้หลุดออกมาเป็นแผ่นๆ ด้วย **ข้อสังเกตเพิ่มเติมเพื่อสุขภาพ:** หากวงจรนี้เกิดขึ้นและจบลงภายใน 7-10 วัน ถือว่าเป็นอาการของหวัดไวรัสทั่วไปที่ร่างกายจัดการเองได้

Thursday, May 28, 2026

NPC ตอนที่ 53 เมษา-พฤษภา

 1 เมษา

หลังจากไปหาหมอเพราะเหงือกอักเสบ สรุปความได้ว่าเป็นแผลที่อาจจะขูดจากตัวยางครอบฟันตอนเคลือบ อมนานไปหน่อยมันเลยขูดเหงือกเปื่อย ตอนนี้เลยต้องเปลี่ยนเวลาเคลือบเหลือ 15นาทีพอ

13-25 เมษา

อาการปกติ เดินทางไปญี่ปุ่นได้ ไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไร ไม่มีการติดเชื้อ เท่ากับครบรอบ 1ปีปลอดยาฆ่าเชื้อได้สำเร็จ



24 พค

ช่วงนี้น้ำหนักขึ้นมาที่ 59 กก แล้วในเวลาเช้า สาเหตุหลักคือเริ่มไม่เจ็บฟันแล้ว แม้จะเคี้ยวเนื้อสัตว์เข้าไปตรงๆ บางครั้งก้อเผลอเคี้ยวแรง ก็ไม่เจ็บทำให้กินได้มากและหลากหลายมากขึ้น

วันนี้ครั่นเนื้อครั่นตัว แถมมาเจอที่ทำงานเปิดแอร์ 20องศา ตกเย็น ไข้ขึ้น 38.5องศา รีบกินยาขมแล้วไปนอน

25 พค

 เช้ามา ไม่มีไข้แล้ว วัดได้ 36.9องศา แต่น้ำมูกไหลเยอะมาก ไหลและอุดตันหมดเลย น้ำมูกเป็นสีเหลืองใสๆ ออกมาเป็นชุดๆ ไม่เป็นแผ่น แปลความจากตัวเองได้ว่ามันกำลังอักเสบวันพีค ยาที่ต้องกินคือยาแก้แพ้ แล้วล้างจมูกเยอะๆ


26 พค

ไปหาหมอที่รามาตามนัด ถึงเวลาส่องกล้องรอบ 1ปี พอดี หมอไม่เจอมะเร็ง แต่น้ำมูกเยอะมาก หมอจะให้ยาฆ่าเชื้อเผื่อไว้ แต่บอกว่าถ้าน้ำมูกประมาณนี้คิดว่าเอาอยู่ เดี๋ยวล้างรักษาเอง ถ้าไม่หายคงต้องไป รพ ไทยนครินทร์ หมอให้กลับไปเริ่มยาด้วย augmentine หรือ doxy ก่อน


27 พค

เอาน้ำเกลือมาล้างที่ทำงานเพิ่มด้วย ไม่อยากกินยาฆ่าเชื้อ อุตส่า งดได้มา1ปี ตารางล้างคือ 6โมงเช้า ที่บ้านและล้างตอน 10โมงที่ทำงาน ล้างอีกที บ่าย 2 ที่ทำงานและ กลับบ้านไปล้างตอน 5โมงเย็น และเสริมก่อนนอนอีก1ครั้ง รวมแล้วล้าง 5ครั้ง น่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อได้ ตกเย็นเริ่มไม่มีน้ำมูกเลย งดไม่กินยาแก้แพ้แล้ว


28 พค

วันนี้น้ำมูกเริ่มใสแล้ว ยังมีสีเหลือง ปนเขียวบ้าง แต่เริ่มจับตัวเป็นวุ้นๆ ถ้าประเมินจากอาการตัวเองคือน้ำเหลืองเริ่มหยุดแล้ว ระบบเม็ดเลือดขาวเริ่มทำงานและจับตัวเป็นวุ้น

29 พค

อาการเหมือนจะดีขึ้น  น้ำมูกเริ่มแห้ง มีสีขาวใสขุ่นๆ เลยหยุดยาแก้แพ้ไป 


30 พค

เช้ามาน้ำมูกเยอะอีกแล้ว เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มด้วย แต่เป็นก้อนใสๆ สีเข้มๆ มาบ่อย ทุก4ชั่วโมงเลย ตอนนี้ล้างจมูก บ่อยวันละ 4-5 ครั้ง ยังไม่ปวดฟัน ไม่ปวดจมูก ลองล้างดูก่อน ยังไม่มีสีเขียว



.

Thursday, February 26, 2026

การดูแลภูมิแพ้ สรุปจาก Ai



ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ภูมิแพ้” โดยเฉพาะภูมิแพ้จมูก เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันเอนไปทาง Th2 (T-helper 2 dominant response) ทำให้ร่างกายสร้าง IgE มากเกินไป แล้วปล่อยฮีสตามีนเมื่อเจอสารกระตุ้น เช่น ไรฝุ่น เกสร ขนสัตว์ ฯลฯ
ดังนั้นการดูแลที่ถูกต้องต้องจัดการ 3 ระดับ: ลดสิ่งกระตุ้น, คุมการอักเสบ, และปรับระบบภูมิ
ขั้นตอนที่ครบถ้วนมีดังนี้

หนึ่ง ควบคุมสิ่งกระตุ้น (Environmental control)
นี่คือฐานรากของบ้าน ถ้าฐานไม่ดี ต่อให้กินยาก็วนลูป
– ลดไรฝุ่น: ซักผ้าปูที่นอนน้ำร้อนสัปดาห์ละครั้ง
– ใช้ปลอกกันไรฝุ่น
– ลดฝุ่นสะสม / พรม / ตุ๊กตา
– ถ้ามีสัตว์เลี้ยง ต้องจัดการขนและพื้นที่
– เลี่ยงควันบุหรี่และ PM2.5

สอง ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
อันนี้ underrated มาก
มันช่วยล้างสารก่อภูมิแพ้ + ลดเมือก + ลด inflammatory mediators
ใช้แบบ isotonic หรือ hypertonic ก็ได้ตามความเหมาะสม
ทำสม่ำเสมอจะช่วยเสริมฤทธิ์ยาพ่นได้ดี

สาม ยาพ่นสเตียรอยด์พ่นจมูก (Intranasal corticosteroid)
นี่คือ first-line treatment สำหรับภูมิแพ้จมูกเรื้อรัง
มันกดการอักเสบที่เยื่อบุโดยตรง ลด Th2 cytokines เช่น IL-4, IL-5, IL-13
ต้องพ่นต่อเนื่อง ไม่ใช่พ่นเฉพาะตอนเป็น
เทคนิคพ่นต้องถูก ไม่งั้นยาไปโดนผนังกั้นจมูกแทนที่จะโดนเยื่อบุด้านข้าง

สี่ ยาต้านฮีสตามีน (ตามอาการ)
เหมาะกับช่วงที่มีคัน จาม น้ำมูกไหล
แต่ไม่ได้แก้ “ต้นตอ” เท่าสเตียรอยด์พ่น

ห้า นอนให้พอและมีคุณภาพ
ตรงนี้ข้อความที่คุณยกมาถูก
การนอนไม่พอทำให้ immune system dysregulation
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการอดนอนเพิ่ม inflammatory cytokines
มันไม่ได้ “ลด Th2 โดยตรงแบบสวิตช์ปิด” แต่ช่วยให้ immune balance ดีขึ้น
คิดง่าย ๆ คือ ถ้าระบบประสาทอัตโนมัติและฮอร์โมนสมดุล ภูมิจะไม่เหวี่ยงง่าย

หก ออกกำลังกายระดับพอเหมาะ
การออกกำลังกายแบบ moderate intensity
ช่วยลด systemic inflammation
เพิ่ม regulatory T cells
และช่วยลดความไวต่อการอักเสบ
แต่ถ้าออกหนักเกินหรือ overtraining กลับทำให้ภูมิแย่ลงได้
ดังนั้นต้อง “พอดี” ไม่ใช่โหม

เจ็ด ถ้าอาการรุนแรงหรือคุมไม่ได้ → พิจารณา Immunotherapy
เช่น allergen immunotherapy (ฉีดหรืออมใต้ลิ้น)
อันนี้คือการ “รีโปรแกรม” ภูมิคุ้มกันระยะยาว
มีหลักฐานว่าช่วย shift immune response ออกจาก Th2 dominance ได้จริง
แต่ต้องทำกับแพทย์เฉพาะทาง
แปด ประเมินโรคร่วม
เช่น ไซนัสอักเสบเรื้อรัง, ผนังกั้นจมูกคด, ต่อมอะดีนอยด์โต
บางทีอาการไม่หายเพราะมีโครงสร้างกายวิภาคร่วม

สรุปแบบเป็นระบบจริง ๆ คือ
ลดสารกระตุ้น
ล้างจมูก
พ่นสเตียรอยด์สม่ำเสมอ
ใช้ยาต้านฮีสตามีนเมื่อจำเป็น
นอนดี
ออกกำลังกายพอดี
พิจารณา immunotherapy ถ้าดื้อยา
ตรวจหาปัจจัยซ่อนเร้น

Thursday, January 29, 2026

NPC ตอนที่ 52 อัพเดทเดือนมกรา-กุมภา-มีนา

1 มค -29 มค
อาการทั่วไปปกติดี มีน้ำมูกใสๆ ค้างในโพรงไซนัสตลอด และมีทุกวัน ต้องล้างจมูกวันละครั้ง อาการที่น่าสังเกตุคือหายใจได้ปกติ จมูกไม่ตัน ทางเดินหายโล่ง ล้างน้ำเกลือรอบแรกจะใส ไม่มีน้ำมูก แต่ถ้าเอียงหัวให้ไหลเข้าไปใน โพรงไซนัส จะมีน้ำมูกเหนียวๆ ไหลตามออกมาเป็นกระจุก 
ช่วงนี้ต้องล้างและพ่นยาไปเรื่อยๆก่อน

30 มค
ช่วงนี้ฝุ่นเยอะ พยากรณ์บอกว่าจะมีฝุ่นราว 4 วัน ไปจนถึงวันที่ 2 กพ

1 กพ
มีอาการเจ็บคอเยอะ แสบคอตลอด ช่วงนี้ตั้งแต่ต้นเดือนชะล่าใจล้างคอไม่ลึก พะวงกับเรื่องน้ำมูกในไซนัส วันนี้มีน้ำเมือกเหลืองออกมาจากคอ มาพร้อมอาการแสบคอ คาดว่าเป็นเพราะแพ้ฝุ่น


3 กพ
วันนี้ฝุ่นเหลือ 12 แล้ว ไม่ต้องใส่หน้ากาก อาการแสบคอดีขึ้น มีอาการแน่นคอต้องคอยล้างและไอเรื่อยๆ จนมีก้อนเสมหะหลุดออกมา วันนี้เป็นก้อนแข็งแล้ว ไม่ใช่เมือก ไม่ใช่วุ้น แต่แข็งแบบหมากฝรั่ง สีเหลืองเขียวเข้มๆ คาดว่าเป็นเศษค้างจากที่เป็นเมือกเหลืองวันก่อน
เมือกจะเป็นน้ำเหนียวๆ
เมือกเหลืองคือน้ำเหนียวๆ สีเหลือง
แผ่นเมือกจะเป็นเหมือนคราบเหลืองแผ่นๆร่อนจากผิวด้านใน
วุ้นคือเป็นก้อนสีขาวขุ่น นิ่มๆ
หมากฝรั่งคือ ขั้นสุดของวุ้นแห้ง

ได้เลย ผมจัดเรียงใหม่โดยกำหนดให้ Day 0 = 19 กุมภาพันธ์ แล้วเลื่อนวันอื่นตามลำดับย้อนหลัง–ถัดไปให้ครบครับ 👇


---

🦷 ไทม์ไลน์ 7 วันของการรักษารากฟัน (ซี่ 2–4 บน)

16–18 กุมภาพันธ์
ปวดลึก ๆ ในฟัน
บางวันปวดจนตื่นกลางคืน
ลักษณะปวดตุบ ๆ ตามชีพจร
เอนตัวหรือนอนราบแล้วปวดมากขึ้น

---

19 กุมภาพันธ์ ทนเจ็บฟันไม่ไหว  ไปหาหมอ
หมอเปิดโพรงฟัน ฉีดยาชาเยอะมาก
ชาไปถึงโพรงไซนัสเลย แถมชานานถึงเย็น
ใช้ไฟล์ตะไบทำความสะอาดคลองราก
ล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
ใส่วัสดุอุดชั่วคราว
แจ้งว่ารากฟันสะอาดดี


หลังยาชาหมดฤทธิ์:
ปวดประมาณ 0.4/10
รู้สึกลึก ๆ บริเวณปลายรากใกล้ไซนัส
คาดว่าแรงดันภายในโพรงฟันลดลง เหลือเพียงการระคายเคืองของเนื้อเยื่อรอบปลายราก

---

20 กุมภาพันธ์ 
ขณะพัก ปวด 1/10
ขณะเคี้ยวเจ็บกระแทก 3/10
ไม่มีอาการบวม ไม่มีปวดตุบเอง
อาการสอดคล้องกับเอ็นยึดฟันรอบปลายรากที่ยังอักเสบเล็กน้อยจากหัตถการ


---

21 กุมภาพันธ์ (Day 2)

ตอนเช้า:ปวดพื้นฐาน 0.5/10
เสียว 2/10
ปวดลึกบริเวณไซนัส 2/10
ขณะออกกำลังกาย:ปวดตุ้บตามชีพจร 4/10

เมื่อพัก อาการลดลง ไม่มีอาการปวดกลางคืนเหมือนก่อนทำราก


---

22–25 กุมภาพันธ์
อาการพื้นฐานควรลดลงต่อเนื่อง
เริ่มเคี้ยวมะละกอได้
แต่เคี้ยวอาหารอย่างอื่นยังไม่ได้ มีอาหารกระแทกปลายรากใต้เหงือก อาการเจ็บเวลากัดค่อย ๆ ดีขึ้น
แต่ยังมีอยู่ ไม่มีบวม 

---

26 กุมภาพันธ์
เช้ามาแน่นไซนัสข้างซ้าย มีแผ่นเมือกสีเหลืองออกมาจากหลังคอ น่าจะมาจากไซนัส อาจจะต้อง เพิ่มรอบล้างคอ ล้างจมูก

ตอนบ่ายไปหาหมอตามนัด หมอรีบทำครอบให้ก่อน
เพราะแจ้งว่า ฟันร้าว และมีความเสี่ยงห้ามถอนฟัน
หมอเลยกรอฟันทำครอบชั่วคราวระหว่างรักษารากไปพร้อมๆกัน
หลังทำอาการทั่วไปคือ มีการปวดใต้เหงือก แน่นๆ แต่ไม่มาก น่าจะแถวๆ 1.5/10


28 กุมภาพันธ์
กลับไปหาหมอฟันใหม่ เหมือนตัวครอบจะกดเหงือก มีอาการเจ็บเหมือนโดนจิก
กลัวว่าเหงือกจะตายแล้วทะลุเข้ากราม
หมอถอดออกมาแต่งกรอ แล้วใส่กาวเข้าไป


1มีค
วันนี้เมือกเหลือง กลายเป็นวุ้นยางลบละ แปลความได้ว่า ไม่มีอักเสบเพิ่ม น่าจะดีขึ้นแล้ว ส่วนมากอาการเมือกเหลืองสัมพันธ์กับ ฝุ่นซะส่วนใหญ่

7-8 มีค
ให้ช่างมาซ่อมบ้าน มีการรื้อหลังคา , ซ่อมพื้น ผสมปูน ฝุ่นฟุ้งบ้าน ใส่หน้ากากบ้าง ลืมใส่บ้าง

11 มีค
วันก่อนคนในบ้านเป็นหวัดมาจนถึงวันนี้  เช้าวันนี้เริ่มมีอาการปวดไซนัส น้ำมูกมีเมือกเหลืองปน พยายามล้างบ่อย ยังแมชไม่ได้ว่ามาจากฝุ่นหรือมาจากหวัด

12 มีค
น้ำเมือกเหลืองไหลลงคอกลายเป็นก้อนแล้ว สามารถคายออกมาได้ตอนกลั้วน้ำเกลือ

13 มีค
มีอาการปวดไซนัส รับรู้ได้จากเจ็บรากฟันที่ไปทำมา
เพิ่มการล้างเป็นเช้าเย็น และเริ่มจับสังเกตุได้จาก ตอนพ่นยา ถ้ามีอาการชา ไม่รู้สึกยาสัมผัส แปลว่าเริ่มมีอาการอักเสบระคายเคียง เพราะบางช่วงบางตอน จะรู้สึกยาพ่นสัมผัสในโพรงจมูกชัดเจน

14 มีค
ยังปวดไซนัสซ้ายอยู่ พยายามล้างให้ตรงเวลา ย้อนเวลาไปแมช ปวดไซนัสรอบนี้น่าจะมาจากฝุ่นปูน ดังนั้นเช้านี้กินยาแก้แพ้ประคอง ลดเมือกเหลืองให้ได้มากที่สุดไปก่อน 

23 มีค
ไปพิมพ์ฟันเพื่อทำครอบ หมอต้องเปิดเหงือกให้เป็นร่องเพื่อเอาแม่พิมพ์ใส่เข้าไป ตอนทำฉีดยาชาไม่รู้สึกอะไร แต่กลับบ้านมีอาการเจ็บไรหงือก พอรุ่งขึ้นเจ็บระบบไปทั้งซีกซ้าย

24 มีค
เจ็บที่เหงือกเพิ่มขึ้น ระบบจนเคี้ยวแล้วสะเทือนไปหมด ไม่รู้ว่าปวดจากอะไร

25 มีค
ทนไม่ไหว เลยติดต่อไปที่ร้านทำฟัน จนท แจ้งว่าให้มาตามนัดเดิมคือวันจันทร์ โทรไปที่รามา พยาบาลแจ้งว่าหมอไปออกหน่วย นัดคิวได้วันที่ 2เมย คิดว่าน่าจะไม่ไหวกลัวเหงือกทะลุไปโดนกระดูกตาย เลยไปไทยนครินทร์ขอพบหมอรากฟันเพื่อคอมเฟิร์มว่าเป็นซี่ไหนกันแน่ ใช่อัน24ที่ไปทำมาหรือไม่ ผลคือ 23/24/25 ดูรากแล้วปกติ บังเอิญหมอเอากระจกไปแกว่งโดน ขอบเหงือกฟัน 26 ผลคือเจ็บจี๊ด เลยรีบบอกหมอว่าเจอจุดแล้ว หมอกดเช็คจุดให้ คิดว่าจะเป็นรำมะนาด ให้ไปนัดหมอเหงือก แต่หมอเหงือก มีคิววันเสาร์ เลยถามหมอว่ามียาอะไรประคองไปขั่วคราวได้ไหม หมอให้ chlorhexidine มา พอเอาไปถาม AI เข้าใจว่ามันคือยาบ้วนปากฆ่าเชื้อและรักษาแผล ทำให้คิดว่ายากรักษาร้อนใน น่าจะช่วยไป เลยเริ่มกิน ยาขม ทาkenalog และบ้วนน้ำยา chlorhexidine ไปด้วย 

ตอนทายา kenalog พบว่าจุดที่เจ็บมีนคือเหงือกที่อยู่ตรงปลาย เบ้ายางเคลือบฟัน เลยคืดเอาเองว่าอาจจะมาจากเบ้าเคลือบฟลูออไรด์มันกดทับหรือเปล่า ช่วงหลังๆ เปลี่ยนวิธีเคลือบคือใส่เบ้าเคลือบแล้วค่อยไปเดินออกกำลัง บางทีเราตึงมันรัดปากมากไปไหมนะ


 
.