Saturday, May 30, 2026

การวิเคราะห์หวัดจากสีน้ำมูก สรุปจาก Ai



การเปลี่ยนแปลงของสีและความข้นของน้ำมูก เป็นภาพสะท้อนชั้นดีถึง  

**"วงจรการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน"**  ในช่วงเวลาที่เราเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ  

### 🟢 สเตจที่ 1: ช่วงเริ่มต้นของอาการ (พยายามชะล้างเชื้อโรค) 

ช่วงนี้ร่างกายเพิ่งรับรู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอม (เช่น ไวรัสไข้หวัด หรือสารก่อภูมิแพ้) จึงพยายามสร้างน้ำเพื่อขับไล่มันออกไป * **น้ำมูกใสเหลว (Clear, Runny):** นี่คือจุดเริ่มต้นครับ ร่างกายจะผลิตน้ำมูกใสๆ ออกมาจำนวนมากเพื่อชะล้างไวรัสหรือฝุ่นละอองออกจากโพรงจมูก * **น้ำมูกเหนียวใส (Clear, Sticky):** เมื่อเวลาผ่านไปเล็กน้อย ร่างกายเริ่มสูญเสียน้ำ หรือเยื่อบุจมูกเริ่มบวมทำให้น้ำมูกค้างอยู่ด้านใน น้ำมูกใสๆ จึงเริ่มสูญเสียความชื้นและเปลี่ยนเป็นความเหนียวหนืดขึ้น 

### 🟡 สเตจที่ 2: ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มออกรด (กองทัพเม็ดเลือดขาวมาถึง) 

เมื่อการชะล้างด้วยน้ำมูกใสไม่ได้ผล ร่างกายจะส่ง "เม็ดเลือดขาว" (White Blood Cells) เข้ามาจัดการกับเชื้อโรคในโพรงจมูก * **น้ำมูกขุ่นเหลว (Cloudy, Runny):** ความขุ่นเกิดจากการที่เม็ดเลือดขาวเริ่มเดินทางมาสะสมตัวในน้ำมูก รวมถึงมีเศษซากของเซลล์เยื่อบุจมูกที่เสียหายหลุดลอกออกมาปนด้วย * **น้ำมูกขุ่นขาวเจลลี่ (Cloudy White, Jelly-like):** เป็นช่วงที่จมูกมักจะคัดและบวม น้ำมูกระบายออกได้ช้าลง ประกอบกับปริมาณเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำมูกข้นจับตัวกันคล้ายเจลลี่สีขาว 

### 🟠 สเตจที่ 3: สมรภูมิเดือด (ซากจากการต่อสู้) 

สีที่เปลี่ยนไปไม่ใช่สีของตัวเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แต่เป็นสีของ "ซาก" เม็ดเลือดขาวที่ตายแล้วหลังจากต่อสู้กับเชื้อโรค * **น้ำมูกใสเหลือง (Clear, Yellowish):** เม็ดเลือดขาวที่ทำลายเชื้อโรคเสร็จแล้วจะตายลงและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อปนกับน้ำมูกใสที่ร่างกายยังผลิตอยู่ จึงออกมาเป็นลักษณะใสแต่ติดสีเหลือง * **น้ำมูกขุ่นเหลืองเจลลี่ (Cloudy Yellow, Jelly-like):** การต่อสู้เข้มข้นขึ้น ซากเม็ดเลือดขาวและซากเชื้อโรคมีปริมาณมากข้น ค้างอยู่ในโพรงจมูกที่บวมเต่ง ทำให้ข้นเหนียวเป็นเจลลี่สีเหลืองขุ่น 

### 🔴 สเตจที่ 4: ช่วงพีกของอาการ หรือ จุดเปลี่ยน (สีเขียว / เริ่มแห้ง) 

ช่วงนี้อาจเป็นได้ทั้งจุดพีกสุดของหวัดไวรัสปกติ หรืออาจเป็นสัญญาณว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน * **น้ำมูกเขียวเป็นก้อน (Green, Clumpy):** สีเขียวเกิดจากเอนไซม์ที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ ซึ่งอยู่ในเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง (Neutrophils) ยิ่งน้ำมูกค้างอยู่ในโพรงจมูกนาน (เช่น ตอนนอนหลับ) เชื้อโรคและซากเม็ดเลือดขาวจะยิ่งกระจุกตัวแน่นจนกลายเป็นก้อนสีเขียวเข้ม หากคุณมีอาการ **น้ำมูกเขียวเป็นก้อน** หรือ **ขุ่นเหลืองเจลลี่** ต่อเนื่องยาวนานเกิน 10-14 วัน หรือมีอาการปวดโหนกแก้ม ปวดบริเวณหัวคิ้ว และมีไข้ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไซนัสอักเสบ ซึ่งในกรณีนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมครับ

 ### 🔴 สเตจที่ 5: น้ำมูกใสปนเหลืองแต่สีเหลืองจะเป็นแผ่นๆ (Clear with Yellow Flakes) 

 นี่คือสัญญาณของอาการที่กำลังจะหายครับ** ร่างกายเริ่มกลับมาผลิตน้ำมูกใสตามปกติเพื่อหล่อลื่นโพรงจมูก แต่ยังมี "เศษซากน้ำมูกสีเหลืองเดิมที่แห้งกรัง" ติดอยู่ตามผนังจมูก (เหมือนสะเก็ดแผล) พอน้ำมูกใสไหลผ่าน มันจึงพัดเอาสะเก็ดสีเหลืองเหล่านี้หลุดออกมาเป็นแผ่นๆ ด้วย **ข้อสังเกตเพิ่มเติมเพื่อสุขภาพ:** หากวงจรนี้เกิดขึ้นและจบลงภายใน 7-10 วัน ถือว่าเป็นอาการของหวัดไวรัสทั่วไปที่ร่างกายจัดการเองได้

Thursday, May 28, 2026

NPC ตอนที่ 53 เมษา-พฤษภา

 1 เมษา

หลังจากไปหาหมอเพราะเหงือกอักเสบ สรุปความได้ว่าเป็นแผลที่อาจจะขูดจากตัวยางครอบฟันตอนเคลือบ อมนานไปหน่อยมันเลยขูดเหงือกเปื่อย ตอนนี้เลยต้องเปลี่ยนเวลาเคลือบเหลือ 15นาทีพอ

13-25 เมษา

อาการปกติ เดินทางไปญี่ปุ่นได้ ไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไร ไม่มีการติดเชื้อ เท่ากับครบรอบ 1ปีปลอดยาฆ่าเชื้อได้สำเร็จ



24 พค

ช่วงนี้น้ำหนักขึ้นมาที่ 59 กก แล้วในเวลาเช้า สาเหตุหลักคือเริ่มไม่เจ็บฟันแล้ว แม้จะเคี้ยวเนื้อสัตว์เข้าไปตรงๆ บางครั้งก้อเผลอเคี้ยวแรง ก็ไม่เจ็บทำให้กินได้มากและหลากหลายมากขึ้น

วันนี้ครั่นเนื้อครั่นตัว แถมมาเจอที่ทำงานเปิดแอร์ 20องศา ตกเย็น ไข้ขึ้น 38.5องศา รีบกินยาขมแล้วไปนอน

25 พค

 เช้ามา ไม่มีไข้แล้ว วัดได้ 36.9องศา แต่น้ำมูกไหลเยอะมาก ไหลและอุดตันหมดเลย น้ำมูกเป็นสีเหลืองใสๆ ออกมาเป็นชุดๆ ไม่เป็นแผ่น แปลความจากตัวเองได้ว่ามันกำลังอักเสบวันพีค ยาที่ต้องกินคือยาแก้แพ้ แล้วล้างจมูกเยอะๆ


26 พค

ไปหาหมอที่รามาตามนัด ถึงเวลาส่องกล้องรอบ 1ปี พอดี หมอไม่เจอมะเร็ง แต่น้ำมูกเยอะมาก หมอจะให้ยาฆ่าเชื้อเผื่อไว้ แต่บอกว่าถ้าน้ำมูกประมาณนี้คิดว่าเอาอยู่ เดี๋ยวล้างรักษาเอง ถ้าไม่หายคงต้องไป รพ ไทยนครินทร์ หมอให้กลับไปเริ่มยาด้วย augmentine หรือ doxy ก่อน


27 พค

เอาน้ำเกลือมาล้างที่ทำงานเพิ่มด้วย ไม่อยากกินยาฆ่าเชื้อ อุตส่า งดได้มา1ปี ตารางล้างคือ 6โมงเช้า ที่บ้านและล้างตอน 10โมงที่ทำงาน ล้างอีกที บ่าย 2 ที่ทำงานและ กลับบ้านไปล้างตอน 5โมงเย็น และเสริมก่อนนอนอีก1ครั้ง รวมแล้วล้าง 5ครั้ง น่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อได้ ตกเย็นเริ่มไม่มีน้ำมูกเลย งดไม่กินยาแก้แพ้แล้ว


28 พค

วันนี้น้ำมูกเริ่มใสแล้ว ยังมีสีเหลือง ปนเขียวบ้าง แต่เริ่มจับตัวเป็นวุ้นๆ ถ้าประเมินจากอาการตัวเองคือน้ำเหลืองเริ่มหยุดแล้ว ระบบเม็ดเลือดขาวเริ่มทำงานและจับตัวเป็นวุ้น

29 พค

อาการเหมือนจะดีขึ้น  น้ำมูกเริ่มแห้ง มีสีขาวใสขุ่นๆ เลยหยุดยาแก้แพ้ไป 


30 พค

เช้ามาน้ำมูกเยอะอีกแล้ว เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มด้วย แต่เป็นก้อนใสๆ สีเข้มๆ มาบ่อย ทุก4ชั่วโมงเลย ตอนนี้ล้างจมูก บ่อยวันละ 4-5 ครั้ง ยังไม่ปวดฟัน ไม่ปวดจมูก ลองล้างดูก่อน ยังไม่มีสีเขียว



.

Thursday, February 26, 2026

การดูแลภูมิแพ้ สรุปจาก Ai



ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า “ภูมิแพ้” โดยเฉพาะภูมิแพ้จมูก เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันเอนไปทาง Th2 (T-helper 2 dominant response) ทำให้ร่างกายสร้าง IgE มากเกินไป แล้วปล่อยฮีสตามีนเมื่อเจอสารกระตุ้น เช่น ไรฝุ่น เกสร ขนสัตว์ ฯลฯ
ดังนั้นการดูแลที่ถูกต้องต้องจัดการ 3 ระดับ: ลดสิ่งกระตุ้น, คุมการอักเสบ, และปรับระบบภูมิ
ขั้นตอนที่ครบถ้วนมีดังนี้

หนึ่ง ควบคุมสิ่งกระตุ้น (Environmental control)
นี่คือฐานรากของบ้าน ถ้าฐานไม่ดี ต่อให้กินยาก็วนลูป
– ลดไรฝุ่น: ซักผ้าปูที่นอนน้ำร้อนสัปดาห์ละครั้ง
– ใช้ปลอกกันไรฝุ่น
– ลดฝุ่นสะสม / พรม / ตุ๊กตา
– ถ้ามีสัตว์เลี้ยง ต้องจัดการขนและพื้นที่
– เลี่ยงควันบุหรี่และ PM2.5

สอง ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
อันนี้ underrated มาก
มันช่วยล้างสารก่อภูมิแพ้ + ลดเมือก + ลด inflammatory mediators
ใช้แบบ isotonic หรือ hypertonic ก็ได้ตามความเหมาะสม
ทำสม่ำเสมอจะช่วยเสริมฤทธิ์ยาพ่นได้ดี

สาม ยาพ่นสเตียรอยด์พ่นจมูก (Intranasal corticosteroid)
นี่คือ first-line treatment สำหรับภูมิแพ้จมูกเรื้อรัง
มันกดการอักเสบที่เยื่อบุโดยตรง ลด Th2 cytokines เช่น IL-4, IL-5, IL-13
ต้องพ่นต่อเนื่อง ไม่ใช่พ่นเฉพาะตอนเป็น
เทคนิคพ่นต้องถูก ไม่งั้นยาไปโดนผนังกั้นจมูกแทนที่จะโดนเยื่อบุด้านข้าง

สี่ ยาต้านฮีสตามีน (ตามอาการ)
เหมาะกับช่วงที่มีคัน จาม น้ำมูกไหล
แต่ไม่ได้แก้ “ต้นตอ” เท่าสเตียรอยด์พ่น

ห้า นอนให้พอและมีคุณภาพ
ตรงนี้ข้อความที่คุณยกมาถูก
การนอนไม่พอทำให้ immune system dysregulation
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการอดนอนเพิ่ม inflammatory cytokines
มันไม่ได้ “ลด Th2 โดยตรงแบบสวิตช์ปิด” แต่ช่วยให้ immune balance ดีขึ้น
คิดง่าย ๆ คือ ถ้าระบบประสาทอัตโนมัติและฮอร์โมนสมดุล ภูมิจะไม่เหวี่ยงง่าย

หก ออกกำลังกายระดับพอเหมาะ
การออกกำลังกายแบบ moderate intensity
ช่วยลด systemic inflammation
เพิ่ม regulatory T cells
และช่วยลดความไวต่อการอักเสบ
แต่ถ้าออกหนักเกินหรือ overtraining กลับทำให้ภูมิแย่ลงได้
ดังนั้นต้อง “พอดี” ไม่ใช่โหม

เจ็ด ถ้าอาการรุนแรงหรือคุมไม่ได้ → พิจารณา Immunotherapy
เช่น allergen immunotherapy (ฉีดหรืออมใต้ลิ้น)
อันนี้คือการ “รีโปรแกรม” ภูมิคุ้มกันระยะยาว
มีหลักฐานว่าช่วย shift immune response ออกจาก Th2 dominance ได้จริง
แต่ต้องทำกับแพทย์เฉพาะทาง
แปด ประเมินโรคร่วม
เช่น ไซนัสอักเสบเรื้อรัง, ผนังกั้นจมูกคด, ต่อมอะดีนอยด์โต
บางทีอาการไม่หายเพราะมีโครงสร้างกายวิภาคร่วม

สรุปแบบเป็นระบบจริง ๆ คือ
ลดสารกระตุ้น
ล้างจมูก
พ่นสเตียรอยด์สม่ำเสมอ
ใช้ยาต้านฮีสตามีนเมื่อจำเป็น
นอนดี
ออกกำลังกายพอดี
พิจารณา immunotherapy ถ้าดื้อยา
ตรวจหาปัจจัยซ่อนเร้น

Thursday, January 29, 2026

NPC ตอนที่ 52 อัพเดทเดือนมกรา-กุมภา-มีนา

1 มค -29 มค
อาการทั่วไปปกติดี มีน้ำมูกใสๆ ค้างในโพรงไซนัสตลอด และมีทุกวัน ต้องล้างจมูกวันละครั้ง อาการที่น่าสังเกตุคือหายใจได้ปกติ จมูกไม่ตัน ทางเดินหายโล่ง ล้างน้ำเกลือรอบแรกจะใส ไม่มีน้ำมูก แต่ถ้าเอียงหัวให้ไหลเข้าไปใน โพรงไซนัส จะมีน้ำมูกเหนียวๆ ไหลตามออกมาเป็นกระจุก 
ช่วงนี้ต้องล้างและพ่นยาไปเรื่อยๆก่อน

30 มค
ช่วงนี้ฝุ่นเยอะ พยากรณ์บอกว่าจะมีฝุ่นราว 4 วัน ไปจนถึงวันที่ 2 กพ

1 กพ
มีอาการเจ็บคอเยอะ แสบคอตลอด ช่วงนี้ตั้งแต่ต้นเดือนชะล่าใจล้างคอไม่ลึก พะวงกับเรื่องน้ำมูกในไซนัส วันนี้มีน้ำเมือกเหลืองออกมาจากคอ มาพร้อมอาการแสบคอ คาดว่าเป็นเพราะแพ้ฝุ่น


3 กพ
วันนี้ฝุ่นเหลือ 12 แล้ว ไม่ต้องใส่หน้ากาก อาการแสบคอดีขึ้น มีอาการแน่นคอต้องคอยล้างและไอเรื่อยๆ จนมีก้อนเสมหะหลุดออกมา วันนี้เป็นก้อนแข็งแล้ว ไม่ใช่เมือก ไม่ใช่วุ้น แต่แข็งแบบหมากฝรั่ง สีเหลืองเขียวเข้มๆ คาดว่าเป็นเศษค้างจากที่เป็นเมือกเหลืองวันก่อน
เมือกจะเป็นน้ำเหนียวๆ
เมือกเหลืองคือน้ำเหนียวๆ สีเหลือง
แผ่นเมือกจะเป็นเหมือนคราบเหลืองแผ่นๆร่อนจากผิวด้านใน
วุ้นคือเป็นก้อนสีขาวขุ่น นิ่มๆ
หมากฝรั่งคือ ขั้นสุดของวุ้นแห้ง

ได้เลย ผมจัดเรียงใหม่โดยกำหนดให้ Day 0 = 19 กุมภาพันธ์ แล้วเลื่อนวันอื่นตามลำดับย้อนหลัง–ถัดไปให้ครบครับ 👇


---

🦷 ไทม์ไลน์ 7 วันของการรักษารากฟัน (ซี่ 2–4 บน)

16–18 กุมภาพันธ์
ปวดลึก ๆ ในฟัน
บางวันปวดจนตื่นกลางคืน
ลักษณะปวดตุบ ๆ ตามชีพจร
เอนตัวหรือนอนราบแล้วปวดมากขึ้น

---

19 กุมภาพันธ์ ทนเจ็บฟันไม่ไหว  ไปหาหมอ
หมอเปิดโพรงฟัน ฉีดยาชาเยอะมาก
ชาไปถึงโพรงไซนัสเลย แถมชานานถึงเย็น
ใช้ไฟล์ตะไบทำความสะอาดคลองราก
ล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
ใส่วัสดุอุดชั่วคราว
แจ้งว่ารากฟันสะอาดดี


หลังยาชาหมดฤทธิ์:
ปวดประมาณ 0.4/10
รู้สึกลึก ๆ บริเวณปลายรากใกล้ไซนัส
คาดว่าแรงดันภายในโพรงฟันลดลง เหลือเพียงการระคายเคืองของเนื้อเยื่อรอบปลายราก

---

20 กุมภาพันธ์ 
ขณะพัก ปวด 1/10
ขณะเคี้ยวเจ็บกระแทก 3/10
ไม่มีอาการบวม ไม่มีปวดตุบเอง
อาการสอดคล้องกับเอ็นยึดฟันรอบปลายรากที่ยังอักเสบเล็กน้อยจากหัตถการ


---

21 กุมภาพันธ์ (Day 2)

ตอนเช้า:ปวดพื้นฐาน 0.5/10
เสียว 2/10
ปวดลึกบริเวณไซนัส 2/10
ขณะออกกำลังกาย:ปวดตุ้บตามชีพจร 4/10

เมื่อพัก อาการลดลง ไม่มีอาการปวดกลางคืนเหมือนก่อนทำราก


---

22–25 กุมภาพันธ์
อาการพื้นฐานควรลดลงต่อเนื่อง
เริ่มเคี้ยวมะละกอได้
แต่เคี้ยวอาหารอย่างอื่นยังไม่ได้ มีอาหารกระแทกปลายรากใต้เหงือก อาการเจ็บเวลากัดค่อย ๆ ดีขึ้น
แต่ยังมีอยู่ ไม่มีบวม 

---

26 กุมภาพันธ์
เช้ามาแน่นไซนัสข้างซ้าย มีแผ่นเมือกสีเหลืองออกมาจากหลังคอ น่าจะมาจากไซนัส อาจจะต้อง เพิ่มรอบล้างคอ ล้างจมูก

ตอนบ่ายไปหาหมอตามนัด หมอรีบทำครอบให้ก่อน
เพราะแจ้งว่า ฟันร้าว และมีความเสี่ยงห้ามถอนฟัน
หมอเลยกรอฟันทำครอบชั่วคราวระหว่างรักษารากไปพร้อมๆกัน
หลังทำอาการทั่วไปคือ มีการปวดใต้เหงือก แน่นๆ แต่ไม่มาก น่าจะแถวๆ 1.5/10


28 กุมภาพันธ์
กลับไปหาหมอฟันใหม่ เหมือนตัวครอบจะกดเหงือก มีอาการเจ็บเหมือนโดนจิก
กลัวว่าเหงือกจะตายแล้วทะลุเข้ากราม
หมอถอดออกมาแต่งกรอ แล้วใส่กาวเข้าไป


1มีค
วันนี้เมือกเหลือง กลายเป็นวุ้นยางลบละ แปลความได้ว่า ไม่มีอักเสบเพิ่ม น่าจะดีขึ้นแล้ว ส่วนมากอาการเมือกเหลืองสัมพันธ์กับ ฝุ่นซะส่วนใหญ่

7-8 มีค
ให้ช่างมาซ่อมบ้าน มีการรื้อหลังคา , ซ่อมพื้น ผสมปูน ฝุ่นฟุ้งบ้าน ใส่หน้ากากบ้าง ลืมใส่บ้าง

11 มีค
วันก่อนคนในบ้านเป็นหวัดมาจนถึงวันนี้  เช้าวันนี้เริ่มมีอาการปวดไซนัส น้ำมูกมีเมือกเหลืองปน พยายามล้างบ่อย ยังแมชไม่ได้ว่ามาจากฝุ่นหรือมาจากหวัด

12 มีค
น้ำเมือกเหลืองไหลลงคอกลายเป็นก้อนแล้ว สามารถคายออกมาได้ตอนกลั้วน้ำเกลือ

13 มีค
มีอาการปวดไซนัส รับรู้ได้จากเจ็บรากฟันที่ไปทำมา
เพิ่มการล้างเป็นเช้าเย็น และเริ่มจับสังเกตุได้จาก ตอนพ่นยา ถ้ามีอาการชา ไม่รู้สึกยาสัมผัส แปลว่าเริ่มมีอาการอักเสบระคายเคียง เพราะบางช่วงบางตอน จะรู้สึกยาพ่นสัมผัสในโพรงจมูกชัดเจน

14 มีค
ยังปวดไซนัสซ้ายอยู่ พยายามล้างให้ตรงเวลา ย้อนเวลาไปแมช ปวดไซนัสรอบนี้น่าจะมาจากฝุ่นปูน ดังนั้นเช้านี้กินยาแก้แพ้ประคอง ลดเมือกเหลืองให้ได้มากที่สุดไปก่อน 

23 มีค
ไปพิมพ์ฟันเพื่อทำครอบ หมอต้องเปิดเหงือกให้เป็นร่องเพื่อเอาแม่พิมพ์ใส่เข้าไป ตอนทำฉีดยาชาไม่รู้สึกอะไร แต่กลับบ้านมีอาการเจ็บไรหงือก พอรุ่งขึ้นเจ็บระบบไปทั้งซีกซ้าย

24 มีค
เจ็บที่เหงือกเพิ่มขึ้น ระบบจนเคี้ยวแล้วสะเทือนไปหมด ไม่รู้ว่าปวดจากอะไร

25 มีค
ทนไม่ไหว เลยติดต่อไปที่ร้านทำฟัน จนท แจ้งว่าให้มาตามนัดเดิมคือวันจันทร์ โทรไปที่รามา พยาบาลแจ้งว่าหมอไปออกหน่วย นัดคิวได้วันที่ 2เมย คิดว่าน่าจะไม่ไหวกลัวเหงือกทะลุไปโดนกระดูกตาย เลยไปไทยนครินทร์ขอพบหมอรากฟันเพื่อคอมเฟิร์มว่าเป็นซี่ไหนกันแน่ ใช่อัน24ที่ไปทำมาหรือไม่ ผลคือ 23/24/25 ดูรากแล้วปกติ บังเอิญหมอเอากระจกไปแกว่งโดน ขอบเหงือกฟัน 26 ผลคือเจ็บจี๊ด เลยรีบบอกหมอว่าเจอจุดแล้ว หมอกดเช็คจุดให้ คิดว่าจะเป็นรำมะนาด ให้ไปนัดหมอเหงือก แต่หมอเหงือก มีคิววันเสาร์ เลยถามหมอว่ามียาอะไรประคองไปขั่วคราวได้ไหม หมอให้ chlorhexidine มา พอเอาไปถาม AI เข้าใจว่ามันคือยาบ้วนปากฆ่าเชื้อและรักษาแผล ทำให้คิดว่ายากรักษาร้อนใน น่าจะช่วยไป เลยเริ่มกิน ยาขม ทาkenalog และบ้วนน้ำยา chlorhexidine ไปด้วย 

ตอนทายา kenalog พบว่าจุดที่เจ็บมีนคือเหงือกที่อยู่ตรงปลาย เบ้ายางเคลือบฟัน เลยคืดเอาเองว่าอาจจะมาจากเบ้าเคลือบฟลูออไรด์มันกดทับหรือเปล่า ช่วงหลังๆ เปลี่ยนวิธีเคลือบคือใส่เบ้าเคลือบแล้วค่อยไปเดินออกกำลัง บางทีเราตึงมันรัดปากมากไปไหมนะ


 
.

Wednesday, December 31, 2025

NPC ตอนที่ 51 สรุปปี สรุปยา สรุปโรค 2025

 



5 เมย 2025 หู กินยาฆ่าเชื้อ DarFlox 10วัน / ห่างจากรอบที่แล้ว 138วัน

11 พค 2025 จมูกตัน turbinate บวม ได้ยา Dymista มาพ่น

25 พค 2025 ปวดจมูก กินยาฆ่าเชื้อ Zithromax 3วัน / ห่างจากรอบที่แล้ว 50วัน

30 พค 2025 ปวดจมูก ปวดหู กินยาฆ่าเชื้อ Zithromax 3วัน

07 มิย 2025 น้ำมูกไหลเยอะ ได้ Pumicot มาผสมน้ำเกลือล้างจมูก 2หลอด

12 มิย 2025 ยังไม่หายปวด ได้ Pumicot มาเพิ่ม อีก 10หลอด + DarFlox แต่ยังไม่ได้กิน อาการหายก่อน

7 พย 2025 มีอาการคอแข็งเกร็ง กล่องเสียงอักเสบ ได้ยา Celebex/Norgesic 

นับจนถึงสิ้นปีรอบนี้ไม่ติดเชื้อนานราวๆ 215 วัน แม้ระหว่างทางจะมีอาการปวดหู มีน้ำในหูบ้าง มีหูอื้อบ้าง แต่การทำบริหาร ช่วยให้อาหารเหล่านั้นลดลงจนไม่ติดเชื้อได้

Tuesday, December 9, 2025

NPC ตอนที่ 50 เฝ้าระวัง ภาวะกระดูกตาย หลังฉายแสง ปีที่ 5

9 ธค

มาพบหมอจมูก หมอแจ้งว่า mri ปกติ แต่มีไซนัสบวม ให้ล้างจมูกต่อเนื่องห้ามขาด แม้ว่าจะไม่มีอาการ เพราะถ้ามีอาการติดเชื้อแล้วจะรักษายากกว่าปกติ ตอนนี้เริ่มมีรายงานว่าคนไข้ npc มักจะมีอาการกระดูกฐานกระโหลกตาย ในปีที่7เป็นต้นไป และจะเป้นหนักในปีที่ 10 ดังนั้น ต้องระมัดระวัง อย่าให้ติดเชื้อลามไปกระดูก เกิดกระดูกตาย สรุปคือให้ล้างจมูกและพ่นยาต่อเนื่อง

โดยมาก คนไข้ npc จะเป็นคนที่รักษามาราธอนที่สุด กล่าวคือเป็นโรคที่รักษาให้หายได้แต่ผลข้างเคียงเยอะ คนไข้ caอื่น มักจะรุนแรงและหลังรักษาจะอยู่ได้น้อยกว่า โดยปกติ NPC จะกลับมางอกใหม่ ภายใน3ปี ถ้าพ้นสามปีแรกไป มักจะไม่กลับมาแล้ว ดังนั้นนัดอีกที 6เดือน

10 ธค

เริ่มกลับมาล้างจมูกทุกวันอีกครั้ง หลังจากไม่ได้ล้างมาร่วมเดือน ที่ไม่ล้างเพราะไม่มีอะไรในจมูก อาการคงที่แห้งดี แต่เมื่อวานหมอบอกว่าให้ล้างตลอด สร้างความชุ่มชื้นให้โพรงจมูก และป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ ไม่ให้แห้ง ช่วงนี้มีน้ำลายก้อนผนังคอออกมาเรื่อยๆ เป็นสีเหลืองอ่อน

บังเอิญช่วงนี้ไซนัสแน่น ล้างแล้วมีน้ำมูกเหนียวใส ออกมาด้วย คงตั้งเวลาล้างเป็นช่วงบ่าย 4 หลังกลับบ้านของทุกๆ วัน อาการเจ็บหูเริ่มมากขึ้น แต่วันนี้เริ่มบริหารกล้ามเนื้อฐานกะโหลก และบังเอิญไปนวดโดนกล้ามเนื้อข้างกราม จุดเดิมที่เคยทำมาตลอด ตอนฉายแสง แต่พออาการดีก็เลิกไป เมื่อวานกลับมาเริ่มทำเพราะหมอให้ระวังเรื่องกระดูกตาย และ ChatGPT บอกว่าให้นวดบริหารเพื่อเสริมการหมุนเวียนของหลอดเลือด ส่องหูแล้วไม่แดง ไม่ติดเชื้อ จุดที่เจ็บตรงกับที่อ้าปาก น่าจะมาจากท่อยูสเตเชียนที่เดิม หูมีเสียงวี๊ดดังมาก ข้อสังเกตเวลากลืนน้ำลายจะมีเสียงหูกุบกับ มาได้เกือบอาทิตย์แล้ว น่าจะเพราะท่อยูสเตเชียนมันบวมเป็นอันแรก ก่อนจะลามไปไซนัส วันหลังต้องสังเกตตรงนี้เพิ่มอย่างละเอียดอีกที

11 ธค

อาการเจ็บหูลดลงบ้าง น้ำลายมีเมือกเหลืองเข้มหลุดออกมาเรื่อยๆ สีน้ำลายเข้มขึ้น ตรงกับน้ำมูกไซนัส ที่เป็นมาตั้งแต่วันที่ 8 ธค ปกติ ถ้ามีน้ำมูกค้าง น้ำเมือกผนังคอที่ไหลกองค้าง จะค่อยๆออกมาเป็นสีเข้มๆ น้ำเมือกพวกนี้ เหมือนจะมาจากในหูชั้นกลาง อาการจะตรงกันที่ปวดหู เดี๋ยวลองดูว่าถ้าไหลหมดแล้วหูจะหายเจ็บไหม หูมีเสียงวี๊ดดัง

ขอสังเกตุ การนวดและบริหารกรามด้วยการอ้าปาก ตามตาราง GPT ช่วยให้น้ำในหูไหลได้เช่นกัน ท่า Jaw ที่ GPT แนะนำตรงกับที่เคยค้นพบเอง


12 ธค

วันนี้เจ็บในหูทั้งวัน มีอาการหูอื้อตื้อๆ จะมีจังหวะหายคือเวลาขยับปากแล้วเสียงดังฝุบ เหมือนหูเคลียร์แรงดัน ประมาณสถาการณ์คือมีอะไรตันในหู อาจจะต้องเรียกศัพท์ใหม่ว่า แกนหู มันจะอยู่ตรงกล้ามเนื้อรอบๆ แก้วหู ถ้าถาม  chatgpt เขาจะบอกว่าเป็นตำแหน่งที่ตรงกันท่อ ยูสเตเชียน แปลได้ว่าท่อยูสเตเชียนเจ็บ จากประสบการณ์ที่บันทึกไว้ อาการนี้ต้องขยับกรามบ่อยๆ ถ้าทำไม่ทันจะลามเกิดการติดเชื้อที่หูชั้นกลาง กลับบ้านล้างจมูกตามที่หมอบอก วันนี้มีน้ำมูกใน โพรงไซนัสค่อนข้างเยอะ แม้ว่จะไม่มีอาการคัดจมูกเลย อาจจะเหมือนที่หมอบอกว่า ให้ล้างไปเรื่อยๆ 

13 ธค

วันนี้เช้ามีก้อนวุ้นหลุดออกมา อาการหูเจ็บหายไปแล้ว เดาได้ว่ามีน้ำในหูเมื่อวานนี้ และจับตัวเป็นก้อนค้างที่ท่อยูสเตเชี่ยน หลังจากบริหรกรามตามที่บันทึกไว้ วันนี้ก้อนวุ้นหลุดออกมาอีกตามบันทึก อาการหูเจ็บลดลง จริงๆต้องเรียกว่าหายไปเลย การบริหารกรามทำตามตารางข้างล่างข้อสองและเสริมด้วยการนวดท่อยูสเตเชียนข้อห้าด้วย ยิ่งทำให้ข้างกรามอุ่นเท่าไหร่ ก้อนวุ้นออกง่ายเท่านั้น

14 - 17 ธค

เจ็บหูหายไปเลยหลังจากที่ก้อนวุ้นหลุดออกมา คิดว่าน่าจะรู้สาเหตุที่เจ็บหูคือมาจากระคายเคืองท่อยูสเตเชียนเป็นแน่เลย

18 ธค

วันนี้เข้าใจเรื่อง ไฟเบอร์เพิ่มอีกอย่าง คนเราคิดผักเยอะๆ ใช่ว่าจะดีต่อลำไส้เสมอไป ต้นเหตุคือที่ผ่านมาหลังฉายแสง พยายามกินผักให้เยอะ แต่ทำไมยังมีอาการท้องผูกเป็นระยะ ถ้าอ่านเจอในบันทึก เจอวิธีแก้ชั่วคราวคือเมื่อใดที่กินผัก กินฝรั่งเยอะๆ ต้องกินเม็ดโบรไอติก แต่มาช่วงนี้ที่โรงอาหารมีแก้วมังกรอย่างเดียว โดยปกติจะไม่กินแก้วมังกร จะกินแต่ฝรั่งกับมะละกอ พอช่วงนี้ ประมาณ 2อาทิตย์กินแก้วมังกรพบว่าถ้าวันไหนกิน จะถ่ายง่ายไม่ต้องใช้โปรไบโอติก มากนัก ประกอบกับช่วงนี้กินโปรตีนรสโยเกิตด้วยทุกวัน ยิ่งพบว่าท้องไม่ผูกมากนัก เลยเอาข้อมูลไปลองถาม chatgpt ได้ความว่า ไฟเบอร์มีสองชนิดคือ แบบละลายน้ำ กับ แบบไม่ละลายน้ำ 

แก้วมังกรเป็นแบบละลายน้ำ มีคุณสมบัติคือทำหน้าที่อุ้มน้ำ และมีเมล็ดธรรมมชาติเยอะทำให้เกิดการกระตุ้นที่ผนังลำไส้

ฝรั่งเป็นแบบไม่ละลายน้ำ มีคุณสมบัติคือเพิ่มกากเพิ่มมวล นั่นเป็นเหตุผลว่าถ้ากินฝรั่งเยอะต้องกินโปรไบโอติกช่วยย่อยสลาย ไม่ให้เกิดการอัดแน่น

ต้องมาปรับปรุงการกินผลไม้ใหม่ ให้เป็นแบบสมดุลทั้งแบบละลายและไม่ละลาย



Saturday, November 8, 2025

NPC ตอนที่ 49 อาการคอแข็งเกร็ง ไม่ใช่หมาบ้าเสมอไป

 07 พย

ตื่นเช้ามากับอาการแปลกที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คือมีอาการเจ็บแข็งเกร็งที่คอ รอบๆ ลูกกระเดือก กลืนน้ำไม่ได้ โคนลิ้นไม่ขยับ นึกเอาว่าคอเคล็ดจากการนอนผิดท่า เช้ากินข้าวไม่ได้เพราะลิ้นแข็ง กลืนน้ำลำบาก อาการคล้ายคอแข็งตอนฉายแสง แต่เจ็บไม่เหมือนกัน อันนี้เจ็บที่กล้ามเนื้อด้านนอกคอ ทดลองขยันนวดคอให้คลายแต่ไม่ก็ไม่หาย

เที่ยงยังกินอะไรไม่ได้เลยตัดสินใจไปหาหมอ หวังจะให้หมอใส่สายยางอาหารให้ เพราะถ้ายังแข็งเกร็งแบบนี้ คนไม่ดีต่อกระเพราะเป็นแน่แท้ แถมมีความรู้สึกเหมือนเป็นไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว

พอไป รพ พยาบาลวัดไข้ได้ 38.5 เจอหมอวินิจฉัยว่าเป็น strap muscle ได้ยา celebex ลดกล้ามเนื้ออักเสบ กับ นอจิสิค คล้ายกล้ามเนื้อ และ เรพาริล ลดบวม กินไปตอนเย็น หนึ่งรอบ ยังไม่หาย แต่ดีขึ้นบ้าง รีบเข้านอนเผื่อจะช่วยได้บ้าง







08 พย

เช้ามายังไม่แข็งเกร็ง เลยลองเอา ไดโครฟิแนค ทา ปรากฏว่า ไม่ถึงชั่วโมง อาการแข็งลดลงไปเกินครึ่ง ช่วงบ่ายเลยทาซ้ำ ตกเย็น เหลือแค่คอตึงๆ

10 พย

วันนี้หายคอแข็งแล้ว ยาที่ถูกกันในรอบนี้คือ ยาทา โวทาเลนเจล กินยามื้อเย็นจบแล้วจะหยุดละ แต่เสียงยังแหบต่อ


11 พย

วันนี้หยุดยาละ คนไม่เจบแล้วเหลือ แค่ตึงๆ นิดหน่อย แต่เสียงยังต่ำอยู่ พูดแล้วไม่ดัง

13 พย

เสียงกลับมา 95%ปกติแล้ว

17 พย

เมื่อวานอากาศเย็น วันนี้ จมูกซ้ายบวมที่turbinate อีกละ

21 - 27 พย

ช่วงนี้อากาศเย็น บางวันหูมีเสียงแปะๆ เจ็บๆ ตึงๆ แต่ไม่มีน้ำค้าง สังเกตุได้จาก น้ำลาย ผนังคอไม่เหลือง แต่มีอาการร้อนใน เป็นแผลที่ปาก นาฬิกาวัด hrv ได้ 25/28/30 ซึ่งตกค่าเฉลี่ยจาก 35

28 พย

ไปพบหมอฟัน โดยรวมคือปกติ ไม่มีกระดูกตาย ไม่มีฟันผุ ขอเลื่อนหมอเป็นนัดรอบ 6เดือนแทน 4เดือน


28 - 2 ธค

อากาศเย็น ลงไปที่ 20องศา

ไม่มีน้ำมูก แต่หูอื้อบางวัน ส่วนมากจะดังวี้ด และดัง แป๊ะๆ  ไม่ได้ล้างจมูก แต่ล้างคอ

3-4 ธค

เริ่มล้างจมูก มีน้ำมูกค้างใน ไซนัส ข้างซ้าย คอมีน้ำลายจับตัวสีเหลืองน้ำตาล รีบล้างจมูก และกลั้วคอลึกๆ เช้าวันนี้ หูกลับมาปกติแล้ว

ตอนเย็นไปพอหมอรังสี วันเสาร์ที่ผ่านไปไปทำ MRI ครบรอบ 3 ปีแล้วที่ฉายรังสีกับคีโมมา หมอบอกว่า โรคยังสงบดี น้ำในหูเริ่มลดลง แต่ยังมีค้างอยู่บ้าง ตรงกับที่เราบันทึกไว้ว่ามีอาการหูอื้อเป็นบางวัน แต่พอล้างเยอะๆ หูก้อกลับมาปกติได้ในบางวัน


5-6 ธค

อากาศไม่เย็นแล้ว แต่มีน้ำมูกไหล พอน้ำมูกมาหูก็เริ่มขยับ เจ็บตึงๆ และตามมาด้วยหูอื้อ วิธีเอาน้ำออกคือ อ้าปากกว้างๆ ขยับเยอะๆ จะมีเสียงกุบกับ ถ้าทำถูกน้ำจะค่อยๆ ไหลลงคอ แต่ช่วงนี้ไม่เยอะ ยังไม่ได้รถขมๆ ไหลลงคอเท่าไหร่ 

7 ธค

ไซนัสบวม แน่นจมูกซ้าย แต่แห้ง ไม่มีน้ำมูก น้ำลายมีเสียงเหลืองปนเขียว จับตัวเล็กน้อย ต้องคอยล้างกลั้ว ออกบ่อยๆ

8 ธค

เริ่มเจ็บกล้ามเนื้อในรูหู ตึงๆ เหมือนเวลาก่อนติดเชื้อ ไซนัสข้างแก้มด้านซ้ายจะแน่นๆ กดแล้วเจ็บๆ ทั้งที่อากาศช่วงนี้ไม่ได้เย็นมาก แต่มีฝุ่นเยอะ 40-50 ทุกวัน

.



Monday, July 7, 2025

NPC ตอนที่ 48 เดือน กค-สค-กย-ตค อาการคงที่

 31 กค

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพเดท เพราะอาการคงที่ มีเจ็บคอบ้าง แต่ถ้าเป็นไม่เยอะ ล้างคอด้วยน้ำเกลือ ตามด้วยไอโอดีน สองสามวัน อาการจะทุเลาลง

จมูกยังคงมีตื้อๆที่ turbinate ซ้าย อยู่เนืองๆ แต่อาการตันที่ maxirary ไม่มีแล้ว เวลาล้างจมูกจะมีจุดที่ต้องล้างสามท่า คือ ก้มเยอะๆ เพื่อล้างโพรงจมูก maxirary หรือ ก้มไม่เยอะ และเงยคางนิดนึงจะเป็นการล้างท่อยูสเตเชียน หรือถ้าใช้ท่าปกติตามยูทูป จะเป็นการล้าง turbinate 

รู้ได้อย่างไรว่าท่าไหนล้างอะไร บังเอิญตอนที่เป็นไซนัสอักเสบเดือน มิถุนายน แล้วได้ยา pumicot มาล้าง ตอนล้างมันแสบวาปไปตามเส้นทางที่บีบน้ำเข้าไป ทำให้รู้แต่ละท่า ส่งน้ำเข้าไปลึกได้ไม่เท่ากัน

ส่วนเรื่องคอ โดยมากเป็นเพราะน้ำลายเหนียวแล้วล้างคอไม่ดี ทำให้อาหารค้างที่ผนังคอด้านใน ก่อให้เกิดการเน่าและติดเชื้อ วิธีการล้างคอที่บังเอิญเจอคือ บีบลำคอให้เหมือนจะขากเสลด หลอดคอมันจะบีบเล็กมาก ให้เงยหน้าแล้วทำแบบนี้ตอนอมน้ำเกลือ เอียงหัวซ้ายขวาแล้วทำเสียง อาาาา น้ำเกลือจะเข้าไปตามซอกคอ ผนังคอด้านใน ถ้าทำได้ถูก น้ำลายก้อนเหนียวๆ จะหลุดออกมาได้ง่ายๆ แล้วจมูกจะโล่งทันที ถ้าทำไม่ดี ปล่อยไว้วันหรือสองวัน จะได้เริ่มได้ยินเสียงกุบกับที่หู บอกให้รู้ว่า ท่อยูสเตเชียนเริ่มมีปัญหา จังหวะนั้นจะมีอาการหูอื้อลมเป็นพักๆ แล้วถ้าอ้าปากกว้างๆ แล้วหูหายอื้อ ยิ่งเป็นการ confirm ว่าท่อตัน ต้องล้างคอให้บ่อยขึ้น หากไม่ล้างให้ดี แล้วทิ้งไว้โดยเฉพาะตอนนอนหลับ ตื่นมาจะรู้เลยว่าคอเจ็บ ลามไปหูเจ็บ แล้วลงท้ายด้วยติดเชื้อ น้ำในหูเริ่มดัน


11 สค

วันนี้เป็นวันแรกหลังจากติดเชื้อรอบนี้ ที่ล้างจมูกแล้วไม่มีน้ำมูกออกมาจาก maxillary sinus พอไม่มีน้ำมูก เวลากดที่ติ่งจมูกก้อไม่เจ็บ ไม่แน่น จมูกโล่ง มองย้อนไปคือเป็นช่วงที่ใช้ อวามิส ก่อนหน้านี้ใช้ อีกตัวที่หมอให้ ไม่รู้เกี่ยวไหม แต่ลองจดไว้ก่อน


2 กย

วันนี้ ไซนัสบวมคับจมูก มาพร้อมเสียงกุบกับในหู


6-11 กย

เป็นช่วงอาทิตย์แรกในรอบ สี่เดือนตั้งแต่ พค ที่ล้างจมูกแล้วไม่มีน้ำมูกจากโพรง ไซนัส maxillary ออกมา คือประมาณว่าแห้งแบบแห้งเลย ถ้าจะมีบ้างคือน้ำมูกจากแพ้อากาศปกติ

12 กย

ที่ทำงานฝนตก น้ำรั่ว ให้ทาง fac มาดู เขาเปิดฝ้า ยิบซั่มฟุ้ง รีบใส่หน้ากาก จากประวัติเวลามียิบซั่มฟุ้งมักจะแพ้ น้ำเหลืองไหล


13 กย 

มีอาการเจ็บคอตอนเช้าตื่นนอน คายน้ำลายได้เป็นสีเหลืองใส คือสีเซรั่มนั่นแหละ มาจากพนังคอด้านใน รีบถ่ายรูปเก็บไว้ก่อน อาการแบบนี้มักจากตามด้วยการติดเชื้อ ถ้าล้างน้ำเกลือไม่เพียงพอ ดังนั้นวันนี้หรือพรุ่งนี้ต้องคอยระวังเรื่องการล้างคอให้ดี

เช้ามาเยอะ


เย็นลดลงแล้ว


14 กย

เช้ามาคอไม่เจ็บแล้วแต่ยังมีเสมหะก้อนที่หลังคอหอยเป็นวุ้นๆ รอบนี้ไม่ได้มาจากจมูก ไม่แน่ใจว่ามาจากส่วนไหน แต่ทว่าหลังจากผ่านมาสี่เดือนลองสรุปขั้นตอนการเกิดอาการไว้อีกรอบเผื่อเปรียบเทียบกับรอบหน้า

  • เริ่มจากมีอาการแพ้ในโพรงไซนัส ทำให้มีน้ำมูกมาก และไซนัสบวมโดยเฉพาะในโพรง maxillary ส่วนที่บวมจะเป็นส่วน turbinate
  • เมื่อน้ำมูกค้างเยอะ จะมีบางส่วนไหลมากองที่ท่อยูสเตเชียน น้ำมูกส่วนใหญ่จะไม่ไหลออกมาเอง คาดว่าเป็นผลจาก เซลพัดโบก ไม่เหลือแล้ว
  • น้ำมูกที่ค้างแรกๆจะใส แต่ถ้าค้างนาน หรืออักเสบแพ้นาน จะการเป็นสีเหลืองใส ถ้ายังแพ้อีกจะกลายเป็นวุ้นสีเหลือง ส่วนที่มาจากไซนัส จะเป็นเมือกแพแผ่นบางๆ กว้างๆ
  • วิธีการแก้ไขคือล้างจมูกแบบใช้ขวดบีบ หลีกเลี่ยงจากใช้ หลอดฉีดยา เพราะหลอดฉีดยามีแรงดันสูงเกินไป เวลาดันแล้วน้ำจะย้อนเข้าหูทำให้เกิดน้ำในหูค้าง ตอนเข้าน้ำไหลไปด้วยแรงดัน ผ่านท่อยูสเตเชียนที่บวมเข้าไป แต่ตอนออกไม่ยอมไหลออกเอง แล้วถ้าค้างนานจะเกิดการติดเชื้อในที่สุด การเป่าไล่น้ำไม่ควรทำเพราะจะทำให้ติดเชื้อเร็วขึ้น
  • วิธีการแก้เรื่องน้ำคือ อ้าปากให้กว้างที่สุดแล้วกลืนให้เร็วที่สุด น้ำจะไหลตามออกมาทีละนิด ทำสักสองสามวันจะหายไปเอง ในระหว่างนี้ถ้าติดเชื้อก้อกินยาบรรเทาจนไซนัสไม่บวม น้ำจะไหลออกมาได้เร็ว
  • ยาซูโดเอฟิดีน ทำให้น้ำมูกเหนียวขัน เอาออกยากกว่า ไม่ได้กิน ยาที่ได้ผลดีคืน เซอเทค เพราะจะลดน้ำมูกในไซนัสได้ดีกว่า
  • ในกรณีที่น้ำไม่ได้เข้าหู เพราะการล้างจมูก แต่ปล่อยน้ำมูกไว้ในโพรงไซนัส เวลาที่เมือกไหลมากองที่คอนานๆ จะจับตัวเป็นก้อน ถ้าทิ้งไว้นานจะหายใจลำบาก และนำไปสู่การติดเชื้อที่คอ และถ้าทิ้งไว้ก็จะลามไปที่หูได้เช่นกัน วิธีแก้คือล้างคอด้วยน้ำเกลือผสมเบกกิ้งโซดาให้ผนังคอหอยมันละลายเมือกแล้วคายออกมา ทำบ่อยๆ หงายคอสูงๆ ให้ถึงจมูกจนเหมือนจะสำลัก จะได้เมือกหลุดออกมาสะอาด ทำแบบนี้จะบรรเทาเมือกค้างที่คอได้ดี
  • การล้างจมูกเพื่อลดการไหลของน้ำมูก ต้องหาให้ได้ว่าในแต่ละรอบมีน้ำมูกค้างที่โพรงไซนัสตัวไหน ถ้าเป็น ไซนัสหน้าผาก ให้ก้มนิดหน่อย แต่ถ้าเป็นไซนัส maxillary ต้องก้มจนเกือบขนานกับผิวโลก พร้อมเอียงหน้าให้ข้างที่จะล้าง 15องศา บีบขวดเบาๆ ถ้าน้ำตัน ให้ปล่อยแล้วสั่งออก ทำซ้ำจนโล่ง ห้ามบีบจนน้ำทะลุโพรงไซนัสออกมา
  • การล้างตามขั้นตอนนี้จะล้างได้ทั้งไซนัส และคอหอย สิ่งที่จะช่วยลดบวมได้อีกตัวคือ ยาพ่น อวามิส จากที่เทียบมา อวามิสจะคุมอาการได้ดีกว่า ไดมิสต้า
  • เวลาก่อนนอน ถ้าเคลือบฟลูออไรด์ให้รอจนฟลูออไรด์ เหลือน้อยที่สุดค่อยนอน จะช่วยลดเรื่อง ฟลูออไรด์ไปกองที่คอหอยได้บางส่วน

16-18 กย

สองสามวันนี้หูมีเสียงดัง แป๊ะๆๆๆ มาพร้อมกับอาการแน่นหู คอมีเสมหะเกาะเยอะ และเป็นสีเหลือง แผ่นๆ เจ็บหูจี๊ดเป็นบางครั้ง อาการแน่นหูจะหายตอนกลืนน้ำลาย

19กย

วันนี้คอเจ็บ ล้างคอบ่อยๆ เพิ่มขึ้น เสมหะจับเป็นก้อนแทนที่จะเป็นแผ่น สีเข้มขึ้น แต่หลุดออกเกือบหมด

22 กย 

เสียงแปะๆๆยังไม่หายไป ล้างคอต่อเนื่อง แต่เสมหะขาวแล้ว ไม่จับตัวเป็นก้อน


29 กย

วันเสาร์ไปซื้อของแล้วติดฝนน้ำท่วม กว่าจะได้กลับเข้าบ้าน 5ทุ่มกว่า ได้นอนเกือบตี 1 เช้านี้มาเสมหะ เหลืองเป็นกอง ออกมาจากด้านหลังคอ น่าจะมาจากไซนัสอักเสบ แล้วไหลไปรวมกัน เวลาที่มันไหลเยอะมันจะไปจับตัวเป็นก้อนที่หลังคอ หายใจลำบาก และจะผวาตื่นตอนกลางคืน  ต้องจำไว้เดี๋ยวนี้ถ้านอนผิดเวลา ร่างกายไม่แข็งแรงพอ มักจะมีอาการออกมาให้เห็นบ่อยขึ้น


30 กย

วันนี้สั่งน้ำมูกได้เป็นสีเหลืองกับสีใสผสมออกมาจากจมูกด้านขวา แต่ล้างจมูกแล้วโล่งดี ไม่มีค้างในโพรง แค่มีน้ำมูกเยอะ เหมือนเป็นหวัด


1 ตค

เช้ามา จมูก turbinate บวม ล้างจะจมูกได้เมือกสีเหลืองเป็นแผ่นๆ อาการคือ ไซนัสอักเสบ แถมตาร้อนคอร้อนเหมือนเป็นร้อนใน หูมีเสียงแป๊ะๆๆ อีกแล้ว วันนี้คือมีอาการแน่นจมูกชัดเจน 

4 ตค

และแล้วเมือกก้อมาแบบนี้เลย ทุกอย่างยังคงเกิดซ้ำๆ เราแค่อยู่กับมันและรับมือให้ถูกวิธี




20 ตค

มีคิวนัดตรวจ ว่าจะแวะไป สรุปอาการจากการคาดเดาส่วนตัวให้หมอฟังดังนี้


1.อาการหลักคือไม่เซรั่มเหลืองจากโพรงไซนัสจากการแพ้ ทั้งแพ้อากาศเย็น หรือติดเชื้อ

เวลามีอาการคือไซนัสจะบวมและแน่น ผลิตน้ำมูกเยอะ ถ้าอาการหนักจะเป็น เซรั่ม หรือเมือกเหลือง

การใส่หมวกจะช่วยบรรเทาการผลิตน้ำมูกได้ มากกว่า50%


2.ตอนเช้ามักจะมีอาการจมูกตันข้างเดียว ขึ้นอยู่กับนอนตะแคงด้านไหน

ล้างจมูกตอนเช้าไม่ค่อยช่วย แถมถ้าบีบแรงไป น้ำจะดันไปที่หูได้มาก

การล้างจมูก ที่ได้ผลดีคือ ต้องล้างให้ตรงโพรงที่มีปัญหา

ครั้งที่แล้วบังเอิญใช้ pumicot แล้วแสบทำให้รู้ว่า การล้างท่าไหน น้ำเกลือจะวิ่งไปที่โพรงไหนได้บ้าง

จังหวะการก้ม กับเอียง และแรงบีบ จะทำให้น้ำเกลือไหลไม่เหมือนกัน


3.น้ำมูกส่วนเกินชอบค้างในโพรงจมูกจะไม่ชอบไหลออกมาเอา มักจะค้างด้านใน

สาเหตุหลักที่คาดเดาก็คือขนพัดโบกน้อยทำให้ติดอยู่ในโพรงเยอะ

ล้างจมูกเวลาที่เหมาะสมสำหรับในวันคือช่วงบ่าย เพราะอาการร้อนน้ำมูกละลาย

แต่หากทิ้งไว้นานๆ น้ามูกจะไหลมากองที่คอ สะสมเป็นก้อนวุ้น

ถ้ามาถึงจุดนี้ ล้างจมูกจะไม่ช่วยเท่าไหร่ ต้องล้างด้วยน้ำเกลือจากคอเข้าไป

การล้างจากคอต้องเงยหน้าให้สุดแล้วทำท่าอ้าปากให้ผนังคอเป็นโพรงกว้างๆ

ทำช่วงแรกจะ สำลักและแสบจมูก แต่พอชินจะรู้ว่าน้ำเกลือไปถึงจุดไหนได้บ้าง

น้ำเกลือพอโดนน้ำมูกจะล้างเอาก้อนวุ้นออกมาได้ง่ายและคอจะโล่งมาก

คาดว่า น้ำมูกก้อนวุ้นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ติดเชื้อ เพราะถ้าทิ้งไว้นาน

ก้อนวุ้นจะเริ่มเปลี่ยนสี จากขาวเป็นเหลืองและดำ ถ้าถึงขั้นดำ จะเริ่มมีกลิ่น


4.การล้างจมูกไม่ต้องการแรงดันที่เยอะ แต่ต้องการให้น้ำเกลือไปแตะแล้วละลายพาน้ำมูกไหลออกมา

ครั้งที่แล้วใช้แรงดันเยอะเกินไป บังเอิญท่อระบายบวมจากสาเหตุใดๆ 

พอน้ำเกลือส่วนเกินวิ่งเข้าหู และค้างไม่ลงมา ทำให้หูอื้อ

ช่วงหลังๆ การใส่หมวกและระวังเรื่องการบวม น้ำเกลือที่เข้าหู จะระบายออกเอาได้ง่ายขึ้น

เวลาน้ำเกลือเข้าหูจะรู้ตัวเพราะจะมีเสียงดังแป๊ะๆๆ ในหู ให้อ้าปาก กว้างๆ และอย่าเป่าหู


21 ตค

ล้างจมูก ล้างคอบ่อยๆ เอาสารสะสมพวกนี้ออกมาจะลดการติดเชื้อได้เรื่อยๆ




22 ตค

วันนี้หูอื้อ

23 ตค - 05 พย

ทุกอย่างปกติดี ใส่หมวกตลอด สามารถลดหูอื้อได้มากๆ เสียงวี้ดในหูยังคงชัดเจนตลอด2ปีไม่มีแผ่ว


06 พย

ล้างคอไม่ดีจะมีเมือกค้างแบบนี้และจะนำพาให้ติดเชื้อ พอหลุดออกมาคอจะโล่งดี




.

Saturday, June 7, 2025

NPC ตอนที่ 47 หวัดเรื้อรัง พค-มิย

 7 มิย

เมื่อวานอาการน้ำมูกหายไปหมดแล้ว จมูกโล่ง ไม่ปวด แต่เช้านี้กลับมาใหม่ แน่นจมูกไปหมด ล้างจมูกมีเมือกเหลืองออกมาเยอะมาก อาการเมือเหลือง ที่เป็นแผ่ๆ กองๆ แปลว่า เป็นเมือกใหม่ อาการใหม่ ย้ายที่ปวดไปอยู่ที่แก้มซ้าย ในโพรงไซนัส ตัว turbinate ไม่ปวดแล้ว ตัวรอบรูหูไม่ปวด อาการไม่คงที่ เย็นนี้รีบมาหาหมออีกที หมอบอกว่าเป็นหวัดเรื้อรัง เนื่องจากยังไม่ปวดเนื้อเยื่อ อยากให้ลองงดยาฆ่าเชื้อไปก่อน เลยให้ยา pumicot มาผสมน้ำเกลือล้าง ยาจะช่วยลดบวม ขยายรูในโพรงไซนัส ทำให้ล้างออกได้หมดจรด จะดีกว่าการพ่น dymista เพราะน้ำเกลือผสมยาวิ่งไปทั่งโพรงมากกว่า

การทดลองใช้ยาล้าง

  • รอบแรกล้างด้วยยาก่อน ปรากฏว่าเปลือง
  • รอบสองล้างด้วยน้ำเกลือเปล่าก่อนจนโล่งดี หลังจากนั้นค่อยเอายาน้ำเกลือล้างตาม ตอนล้างเมือกในโพรงไซนัสจะยังออกไม่เยอะ มันจะไหลเร็วใสๆ อาการแน่นในจมูกจะยังไม่หายไป
  • แต่หลังล้าง 2ชั่วโมง จะมีน้ำไหลออกจากจมูกซึม จึงไปล้างน้ำเกลือเปล่าอีกรอบ คราวนี้จะมีน้ำเมือกใหม่ และเมือกเก่าออกมา 
  • เมือกเก่าคือจะสีเข้มๆ และข้นเป็นก้อนๆ เมือกใหม่จะใสๆเหมือนน้ำมูกสีเหลือง




8 มิย
เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิท ตื่นมาล้างจมูก น้ำเกลือเปล่า 2 รอบ และล้างน้ำเกลือยาตอนเช้าอีกรอบ วันนี้ทั้งวันน้ำมูกไหลตลอดทุก 1 ชั่วโมงต้องไปล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเปล่า แต่เป็นน้ำมูกใส ไม่มีน้ำเมือกเหลืองเลย อาการปวดไซนัสก้อไม่มี จมูกไม่ตัน คอไม่เจ็บ หูไม่เจ็บ ต้องเตรียมตัววางแผนไปล้างจมูกที่ทำงาน พรุ่งนี้ให้ได้แบบนี้อีก มีไข้ 37.5


9 มิย
ยาสวนล้างจมูกนี่ ถ้าล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเปล่าดีดี ไม่มีน้ำมูกค้าง เวลาโดนยาจะแสบวาบไปทั้งโพรงแก้มเลย แต่ถ้าล้างไม่หมด เวลาสวนยาจะเฉยๆไม่รู้สึกอะไร นั่งจามทั้งวัน แต่ไม่มีน้ำมูกเหลือง

10 มิย
ยังเพลียๆ เหมือนจะมีไข้อีกละ น้ำมูกไม่มีแล้ว ไม่จามแล้ว ไม่ไอแล้ว เช้าจึงไปทำงาน นั่งห้องแอร์ได้ครึ่งวัน บ่ายต้องลากลับ ปวดโพรงจมูกด้านซ้ายมาก เวียนหัวข้างซ้าย กลับถึงบ้าน รีบไปล้างจมูก รันน้ำเกลือเยอะๆ ได้ก้อนเหนียวสีเหลืองหลุดออกมา ไม่มีเมือกเหลืองใสแล้ว ไม่มีน้ำมูกใหม่ คาดว่าเป็นก้อนที่ค้างอยู่ด้านในลึกๆ ที่ยังล้างไม่หมด ถ้ายังไม่หายดี พรุ่งนี้อาจจะขออยู่บ้านเพราะล้างจมูกต้องใช้น้ำเยอะ ขนไปล้างที่ทำงานไม่สะดวก


11 มิย
วันนี้เอาน้ำเกลือมาล้างที่ทำงานด้วย ไม่อยากนั่งอยู่บ้านหลายวัน ค้นพบความรู้สึกใหม่ ว่า หากจมูกตันข้างซ้าย เราเอาน้ำเกลือเข้าข้างขวา ถ้าเราก้มหน้าเยอะ น้ำเกลือจะไปด้านหน้าผาก แต่ถ้าเราเอียงหน้าไปทางซ้ายแล้วเงยขึ้นนิดนึง น้ำเกลือจะไหลจากทางขวาไปทางซ้ายได้ลึกสุดๆ 
วันนี้ได้เมือกเหนียวเหลือง อีกก้อนใหญ่ๆ ตอนเที่ยง แปลว่าที่ล้างตอนเช้าๆ ไม่ค่อยจะเข้าไปในโพรงซ้ายซักเท่าไหร่

12 มิย
วันนี้อยู่บ้าน ทำงานจากที่บ้าน ตื่นเช้ามายังมีอาการปวดหน่วงๆ อยู่ตรง turbinate ลามไปถึงดั้ง ล้างจมูกปกติ แต่ตอนพ่นยา พบว่า รูจมูกซ้ายชา ลามมาที่แก้มชา เที่ยงเลยรีบไปหาหมอรุ้ง หมอดูแล้วบอกว่า รูปลักษณ์ของหนองและสีผิวยังไม่แย่ แต่ถ้าคนไข้รูกสสึกปวดและชา ตัวจะรู้ตัวเองดีที่สุด ดังนั้นถ้าคิดว่าชาและปวด อยากได้ยาฆ่าเชื้อจะจ่ายให้เป็นตัว darlfox และให้ pumicot มาเพิ่มอีก 10 หลอด หมอบอกว่าล้างมาดีแล้ว ล้างแบบนี้ต่อไป ล้างเยอะๆ เอะใจคำว่าล้างเยอะๆ กลับมาเลยล้างน้ำเกลือเปล่า แล้วตามด้วยน้ำเกลือยาทุกรอบ ตกเย็นอาการปวดหายไปเกือบหมด น่าจะเป็นเพราะวันนี้ ไม่โดนแอร์เย็น และมีเวลาล้างจมูกบ่อยขึ้น ยาที่ได้มาเลยยังไม่กิน เอาไว้รอดูอีกสักวัน เพราะถ้าเริ่มต้องกินนาน10วัน


13 มิย
วันนี้ทำงานจากบ้านอีกวัน การขนอุปกรณ์ล้างจมูกไปที่งานไม่สะดวกอย่างที่สุด ดังนั้นล้างที่บ้านดีสุด วันนี้เนื่องจากได้ยา pumicot มาถึง 10 หลอด อีกทั้งวันนี้ไม่มี น้ำมูกใหม่เลย จมูกแห้งแทบจะตลอดเวลา เลยผสมยากับน้ำเกลือ 1 ลิตรต่อ 1 หลอดแล้วล้างสดเลย ไม่ได้ใช้น้ำเกลือเปล่าล้างนำแบบวันก่อน 

การล้างจมูกที่ทำให้ มูกเหลือง (รอบนี้เรียกมูก ไม่ใช่เมือก เพราะมันสีขุ่นและเหนียวเป็น ขี้มูก) จากโพรงไซนัสซ้ายหลุดออกมาได้เยอะ เราต้องก้มหน้าขนาดพื้น หันเอียงหน้า 45 องศาไปทางขวา เอาโพรงซ้ายลงพื้น  จากนั้นดันน้ำเกลือเบาๆ เข้าไป ถ้าน้ำเย็น เราจะรู้สึกได้ว่าน้ำเกลือจะไกลไปที่หน้าผากก่อน แล้วค่อยไหลเข้าโพรงแก้มด้านซ้าย ก่อนที่ มูกจะไหลหลุดออกมา แบบง่ายๆ แต่ปัญหาคือถ้าก้มหน้ามากเกินไป จะมีอาการหูอื้อ เหมือนน้ำเข้าหู เลยเกิดความสงสัย

ถาม AI ว่า โพรงไซนัสมีกี่โพรงกันแน่ ได้ความว่าแบบนี้

โพรงไซนัสมี 4 จุดหลัก:

  1. Frontal sinus (หน้าผาก)

  2. Maxillary sinus (แก้ม) ← ของคุณอักเสบข้างซ้าย

  3. Ethmoid sinus (ระหว่างตา)

  4. Sphenoid sinus (ลึกในโพรงจมูก)

โดยโพรงที่มีการอักเสบคือ โพรงแมกซิลลา (แก้ม) มีตำแหน่งรูระบาย (ostium) อยู่ด้านบนของโพรง  ดังนั้น "น้ำจะไม่เข้า-ออกง่าย" ถ้าศีรษะตั้งตรง


ข้อควรระวังในการใช้ท่าก้มลึก:
  • ระวังน้ำเกลือย้อนเข้าหู ถ้าล้างแรงเกินไป

  • ถ้าเกิดหูอื้อ หรือเวียนหัว → ให้เปลี่ยนท่ากลับมาที่ปลอดภัยกว่านี้

  • หากมี “แรงดันในหูชั้นกลาง” หรือประวัติหูอักเสบง่าย → ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ท่านี้ต่อเนื่อง






มูกที่ออกมา มันจะออกมาเป็นก้อนกับน้ำเกลือใสๆ แบบนี้เลย ไม่มีเมือกวุ้นๆ แบบแป้งออส่วน ตีความได้ว่า ไซนัสแห้งแล้ว ที่ออกมาคือของเก่า ที่มันขังอยู่ด้านในลึกๆ ลองเทียบกับรูปแรกบนสุด จะเห็นว่ามูกเหลืองออกมาพร้อมกับเมือกเหลืองและจะออกมาเป็นกองๆทุก2ชั่วโมง ช่วงแรกๆนี่ล้างเท่าไหร่ก้อไม่หยุดมาตลอด ความแปลกคือรอบนี้อักเสบด้านขวาพร้อมกับด้านซ้าย แต่เพราะข้างซ้ายอ่อนแอกว่าเลยเป็นหนักกว่า ก้อนมูกที่เห็นนี้ได้จากข้างขวา

ทำให้ต้องนั่งนึกย้อนกลับไป วันที่3ไปตัดต้นไม้โดยไม่ได้สวมหน้ากาก ต้นมะเหมี่ยวมีเกสรกำลังออกสะพรั่ง ความเป็นไปได้ที่จะสุดเอาเกสรแล้วแพ้ เพราะมันอักเสบที่ไซนัส maxillary ส่วนลึกที่ปกติไม่เคยเป็น ต่อไปต้องระวังตัวเองให้มากกว่านี้




14 มิย
หลังจากใช้น้ำเกลือยาผสมสูตรเข้มข้นขึ้น750ccต่อpumicot 1mg เจลลี่แบร์หลุดออกมา2ตัว ข้างซ้ายตัว ข้าวขวาตัว อาการปวดก้อดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ตัดสินใจไม่กินยาฆ่าเชื้อ อาการปวดชาวันก่อนคือ เจลลี่แบร์มันไปกดด้านในจนชาเพราะมันก้อนใหญ่ ล้างด้วน้ำเกลือธรรมดาไม่หลุดง่ายๆ ที่หลุดเพราะอยู่บ้านล้างถี่ๆ แต่การล้างถี่ๆ ก้อไม่ดี เสียงเปลี่ยน บ่งชี้ว่าล้างมากไป

15 มิย
ไม่เจ็บจมูกแล้ว แต่ยังมีปวดรอบรูหูบ้าง

16 มิย
ไม่มีอาการเจ็บจมูก ไม่ปวดแก้ม ไม่ปวดหู ไม่มีน้ำมูกเลย ล้างแล้วโล่งตลอด แต่ยังรู้สึกจมูกตีบๆข้างซ้ายตรง turbinate อยู่



17 มิย
วันนี้ไปพบหมอ ENT รามา ติดตามการอุบัติซ้ำของมะเร็ง ด้วยการส่องกระจกดูหลังโพรงจมูก ไม่พบการเกิดโรคซ้ำ ถือว่ารอดไปอีก 6 เดือน

กลับบ้านมาคุยกับ chtGPT เรื่องการล้างคอหอยด้วยน้ำเกลือ 



18-20 มิย
ล้างจมูกผสม pumicot เช้าเย็น ลดรอบการล้างลงมาปกติ คือเช้าตื่นนอน และเย็นหลังกลับจากทำงาน ไม่ได้ล้างก่อนนอนเพราะ น้ำเกลือในโพรงจมูกไหลออกไม่หมดเวลานอนแล้ว ค้างในหัวไหลย้อนเลอะเทอะ ช่วงนี้หูดังกุบกับทุกวัน มีอาการตึงๆ ในโพรง maxilary บ้าง แต่แปลกตรงที่เป็นสลับซ้ายบ้างขวาบ้าง ตีความได้ว่า ไม่เกี่ยวกับผลของการฉายแสง

21 มิย
เช้านี้มีน้ำมูกบ้าง แต่เป็นมูกใสปกติ น่าจะเพราะอากาศเย็นจากแอร์ ล้างออกแล้วปกติ อาการตึงๆใน maxilary น้อยลงจนแทบไม่รู้สึกแล้ว อาการหน่วงๆ ตรง turbinate น้อยลงจนต้องสังเกตเยอะ ถึงจะรู้สึก อาการจมูกตันไม่ค่อยมีแล้ว อาจจะเป็นผลของผ้าพันคอ ที่ทำให้จมูกอุ่น ต้องลองบันทึกต่อไป เท่ากับล้างจมูกรวม 14วันกว่า turbinate จะยุบปกติ


22-30 มิย
อาการทรงๆ ค่อนไปทางดี มีปวดไซนัส maxilary บ้างแต่น้อยลงไปเยอะ ยังคงมีรำคาญและกดปวดตรง turbinate รำคาญเหมือนมีแผลด้านใน ความรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่อยากเอามือไปแกะออก

1 กค
ช่วงนี้หูดีที่สุดเลย ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่แน่น ล้างคอไม่มีเมือกเหลืองเยอะ มีบ้างบางส่วน
แต่เสียงวี๊ดยังดังตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แต่ก้อเบาลงไปเยอะ พอจะนอนหลับสบายไม่รำคาญ

6 กค
เริ่มมีน้ำลาย ขากติดเหลืองนิด จากหลังคอ

7 กค
มีน้ำลายเหลืองเขียวจากหลังโพรงจมูก น่าจะติดเชื้อ แต่คอไม่เจ็บ หูไม่เจ็บ กลั้วคอไปก่อน1วัน รีบนอนพัก

8-9 กค
เจ็บคอ แต่เสมหะเหลือเริ่มใส น้ำมูกเริ่มเยอะ การ์มินบอกว่า HRV ตกเหลือ 33 จากค่าเฉลี่ย 37 แปลความว่าไม่สบาย พักวิ่งพักเดิน แล้วรีบนอนเยอะๆ กินยาแก้แพ้ ติดกันสามวัน 7/8/9 ยาแก้แพ้ช่วยเรื่องจมูกบวมตันได้ดีพอสมควร

10-11 กค
เสมหะเริ่มลดลง สีเหลืองใส ไม่ข้น ไม่เขียวแล้ว อาการง่วง น้อยลง มีแรงมากขึ้น การ์มิน HRV กลับมาที่ 36 แล้ว เริ่มกลับมาเดินออกกำลังตอนเย็นใหม่

18 กค
วันนี้ปากแห้งมาก แห้งมาสองวันแล้ว แห้งแบบแห้งผาก แต่เป็นอาการเหมือนปกติย้อนไปปีก่อนเลย เหมือนในปาก ในจมูกจะไม่มีเมือกอะไรเหลือแล้ว จมูกก้อเริ่มไม่ตัน แต่ turbinate ยังรู้สึกเหมือนมีแผลอยู่ หูมีเสียงวี๊ดดังมาก ลิ้นเค็มเยอะ 
แต่ก้อมีจุดเปลี่ยนแปลกคือ เริ่มอยากกินอาหาร กินข้าวแล้วเริ่มรู้สึกอร่อย ทั้งสองมื้อเลย จะเรียกว่าปกติแล้วไหมนะ

.

Friday, June 6, 2025

เป้าหมายการฟื้นฟูร่างกาย



รอบนี้น่าจะหายติดเชื้อแล้วคงต้องมาฟื้นฟูร่างกายจริงจัง ดูแล้วภูมิทำงานไม่ค่อยดีเลย



ตั้งเป้าหมายจากวันนี้จนถึงสิ้นปีคือ

👉 เพิ่มน้ำหนัก

👉 ไม่กินอาหาร UPF

👉 เลือกอาหารแบบ Low GI (ดัชนีน้ำตาลต่ำ)

เป้าหมายนี้ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้ร่างกายใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เดินออกกำลังวันละ 30นาที พร้อมท่ายืดเหยียด


 🔥 สรุปประเด็นร้อน: เพิ่มน้ำหนัก โดยไม่พึ่ง UPF

❌ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง (UPF ที่มักเจอ)

-ไส้กรอก แฮม เบคอน

-ขนมขบเคี้ยว ขนมกรุบกรอบ

-น้ำอัดลม เครื่องดื่มผสมน้ำตาล

-อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป (พาสต้า เบอร์เกอร์ กล่องแช่แข็ง)

-ขนมปังขาว ขนมเค้ก คุกกี้จากร้านสะดวกซื้อ


🍽 แนวทางกิน Low GI + ไม่ใช่ UPF + เพิ่มน้ำหนัก

🥣 แหล่งคาร์โบไฮเดรต Low GI:

ข้าวกล้อง, ข้าวไรซ์เบอร์รี่

ข้าวโอ๊ต (แบบ steel-cut)

มันเทศ, ฟักทอง

ขนมปังโฮลวีทแท้ 100% (ทำเองยิ่งดี)

ถั่วต่าง ๆ (ถั่วแดง, ถั่วลูกไก่, ถั่วเขียว, ถั่วดำ)

ควินัว


🥚 แหล่งโปรตีนธรรมชาติ:

ไข่, อกไก่, ปลา, เต้าหู้, ถั่วเหลือง

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ไม่หวาน)

เวย์โปรตีน (แบบไม่มีน้ำตาล/รสชาติ)

ใช้ธัญพืชไม่ขัดสี

กล้วย+นม+เนยถั่ว (แบบไม่มีน้ำตาล)


🥑 ไขมันดี:

อะโวคาโด, เมล็ดแฟลกซ์, น้ำมันมะกอก, น้ำมันมะพร้าว

งาคั่ว

ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์

ใช้ไขมันดีแทนเนยเทียม/มาการีน


🧾 เมนูตัวอย่าง 1 วัน: Low GI + Clean + เพิ่มน้ำหนัก

เช้า ข้าวกล้อง 1 ถ้วย + ไข่ดาวน้ำ 2 ฟอง + อะโวคาโดหั่น + กล้วยหอม

ว่างเช้า ข้าวโอ๊ตต้มใส่นม + ถั่วแดงต้ม

กลางวัน ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + อกไก่ย่าง + ฟักทองนึ่ง + แตงกวา

ว่างบ่าย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ + อัลมอนด์ + กล้วย

เย็น มันเทศนึ่ง + ปลาย่าง + ไข่ต้ม + ผักนึ่ง

ก่อนนอน นมอุ่น + เนยถั่วธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ


🍴ตัวอย่างเมนูอาหารเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    ข้าวกล้อง ต้มซุปไก่มะเขือเทศ ปลานึ่งซีอิ๊วใส่ขิงและเห็ดหอม ฝรั่ง 
ต้มซุปไก่มะเขือเทศ
    •    เนื้อไก่ เป็นแหล่งของโปรตีนและสังกะสี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    •    มะเขือเทศ มีวิตามินซี ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และมีไลโคปีน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย  
    •    แคร์รอต มีวิตามินและเบต้าแคโรทีนสูง ต้านการอักเสบ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    •    หอมหัวใหญ่ มีสารเควอซิทิน (Quercetin) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยบรรเทาอาหารหวัด คัดจมูก
ปลานึ่งซีอิ๊วใส่ขิงและเห็ดหอม
    •    เนื้อปลา เป็นแหล่งของโปรตีนและสังกะสี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    •    เห็ดหอม มีเบต้ากลูแคน ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
    •    ขิง มีสารจินเจอรอล (Gingerol) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ  กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ฝรั่ง มีวิตามินซีสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

.