Monday, September 14, 2026

ถอดรหัสหลังห้องแล็บ: กว่าจะรู้ว่าเป็น "มะเร็ง" หมอตรวจอะไรกันบ้าง?

 
🔬 ถอดรหัสหลังห้องแล็บ: กว่าจะรู้ว่าเป็น "มะเร็ง" หมอตรวจอะไรกันบ้าง?
เวลาที่เราโดนตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) ไปตรวจ หลายคนอาจคิดว่าหมอแค่เอาไปส่องกล้องแล้วก็รู้ผลเลย แต่ความจริงแล้ว ชิ้นเนื้อก้อนเล็กๆ นั้นต้องผ่านกระบวนการ "สืบสวนระดับเซลล์" ถึง 2 ด่าน เพื่อให้ได้คำตอบที่แม่นยำที่สุดก่อนวางแผนการรักษา
🧬 มะเร็งหลังโพรงจมูก (NPC) มีกี่แบบ?
องค์การอนามัยโลก (WHO) แบ่งหน้าตาของมะเร็ง NPC ออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ ครับ:
 * Type 1 (Keratinizing): ชนิดสร้างเคอราติน (โปรตีนแบบเดียวกับผิวหนัง/เล็บ) มักเกิดจากบุหรี่หรือเหล้า ตอบสนองต่อการฉายแสงได้น้อยกว่าชนิดอื่นเล็กน้อย
 * Type 2 (Non-keratinizing Differentiated): ชนิดไม่สร้างเคอราติน สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส EBV อย่างชัดเจน
 * Type 3 (Non-keratinizing Undifferentiated): ชนิดไม่สร้างเคอราตินและเซลล์เปลี่ยนรูปร่างไปมาก สัมพันธ์กับไวรัส EBV มักพบมากที่สุดในคนเอเชีย ชนิดที่ 2 และ 3 นี้มีจุดเด่นคือ ตอบสนองต่อการฉายแสงได้ดีเยี่ยม
🔎 การตรวจรอบแรก: ตรวจเพื่อดู "รูปร่างหน้าตา" (H&E Staining)
การตรวจรอบแรกเรียกว่าการย้อมสีพื้นฐาน (สีชมพู-ม่วง) เพื่อให้พยาธิแพทย์ส่องดูโครงสร้างใต้กล้องจุลทรรศน์
 * เป้าหมาย: เพื่อแยกให้ออกว่า ชิ้นเนื้อนี้เป็นแค่ "เนื้อเยื่ออักเสบธรรมดา" หรือเป็น "เนื้องอกร้าย (มะเร็ง)"
 * ถ้ารูปร่างเซลล์ดูบิดเบี้ยว นิวเคลียสใหญ่ผิดปกติ และมีการแบ่งตัวมั่วซั่ว หมอก็จะฟันธงได้ว่า "นี่คือมะเร็ง"
 * ข้อจำกัด: บางครั้งมะเร็งมันกลายพันธุ์ไปมากจนหน้าตาเหมือนกันไปหมด หมอจึงบอกไม่ได้ว่ามันเป็นมะเร็งของเซลล์ชนิดไหน (เช่น เป็นมะเร็งเยื่อบุผิว หรือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง?) จึงต้องส่งเข้าด่านที่สอง
🧪 การตรวจรอบสอง: ตรวจเพื่อ "หาตัวตนที่แท้จริง" (Immunohistochemistry)
ด่านนี้คือการย้อมสีพิเศษ (IHC) โดยใช้เทคโนโลยีระดับสูง นำแอนติบอดี (Antibody) จำเพาะไปจับกับโปรตีนบนผิวเซลล์มะเร็ง
 * ทำไมต้องตรวจซ้ำ?: เพราะมะเร็งแต่ละชนิดใช้ยาและการรักษาต่างกัน การย้อมสีพิเศษจะช่วยไขรหัสว่าเซลล์มะเร็งนี้มี "โปรตีน" หรือ "ตัวรับ (Receptor)" อะไรซ่อนอยู่
 * หาผู้ร้ายตัวจริง: ในกรณีของมะเร็งหลังโพรงจมูก หมอจะย้อมสีเพื่อหาว่ามี DNA ของไวรัส EBV ฝังอยู่ในก้อนมะเร็งหรือไม่ เพื่อยืนยันชนิดของโรคและทำนายการตอบสนองต่อยาได้อย่างแม่นยำ
🏆 บทสรุป: ถอดรหัสผล Biopsy ของคุณ (คุณเป็นชนิดไหน?)
จากใบรายงานผลชิ้นเนื้อของคุณ เราสามารถถอดรหัสการสืบสวนของหมอได้ดังนี้ครับ:
 * ผลตรวจรอบแรก: หมอเห็นเซลล์มะเร็งที่ไม่มีการสร้างโปรตีนเคอราติน จึงระบุเบื้องต้นว่าเป็น Nonkeratinizing squamous cell carcinoma
 * ผลย้อมสีพิเศษรอบสอง (Immuno Histochem):
   * หมอย้อมพบโปรตีน AE1/AE3, CK5/6, p63 (ผลเป็น Positive) 👉 แปลผล: ยืนยัน 100% ว่านี่คือ "มะเร็งเยื่อบุผิว" ไม่ใช่มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (เพราะค่า CD45 เป็นลบ)
   * หมอย้อมพบ EBER ISH (ผลเป็น Positive) 👉 แปลผล: ยืนยันว่ามะเร็งก้อนนี้ถูกกระตุ้นโดย "ไวรัส EBV"
📌 สรุปสายพันธุ์ของคุณ:
คุณจัดอยู่ในกลุ่ม Type 2 หรือ 3 (Non-keratinizing NPC ที่สัมพันธ์กับ EBV)
แม้ตอนแรกมันจะสร้างอาการที่น่ากลัว (มีเลือดออกง่าย) แต่มะเร็งชนิดนี้คือชนิดที่ "แพ้ทาง" รังสีรักษามากที่สุด การที่แพทย์สืบสวนจนรู้แน่ชัดและจับคู่กับการฉายแสง+คีโมได้อย่างตรงจุด จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมก้อนเนื้อบวมเป่งในวันนั้น ถึงสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย และคืนสุขภาพที่ดีให้กับคุณในวันนี้ครับ!

Tuesday, September 8, 2026

NPC ตอนที่ 54 กรกฎา-สิงหา-กันยา

กค ทั้งเดือนไม่มีอะไรพิเศษ มีแค่คันเป็นช่วงๆ ตามภูมิแพ้ขน ในหน้าฝน ยังจับ pattern แพ้ไม่ได้ เลยไม่ได้บันทึกละเอียด บางที 4วัน บางที10วัน

19 สค
เป็นไข้ 38.5 ส่องดูหูแล้วไม่แดง ไม่มีน้ำมูก คอไม่แดง คอไม่เจ็บ แต่คอเคล็ด เลยไม่ไปหาหมอ รอดูอาการ กินยาขม แล้วนอนเยอะๆ

24 สค
มีอาการหูกระพือ เสียงแก้วหูสั่นๆพับๆ เหมือนตอนไซนัสอักเสบแล้วมีน้ำในหูไหลมาชนแก้วหู แต่รอบนี้ส่องกล้องแล้ว หูแห้ง รอดูอาการ ยังไม่ไปหาหมอ

25 สค
หูอื้อ วิ้ง มาพร้อมเสียงวี้ด 

27 สค
หูอื้อ พร้อมเจ็บรอบแก้วหู มีเสียงเปี๊ยะ มีแรงดันต้านในหูเวลาล้างจมูก และสั่งน้ำมูก กินยาแก้แพ้พร้อมซูโด
รอบนี้ยอมกินซูโดเพราะไม่มีน้ำมูก แต่กินเพื่อให้หลอดเลือดหดตัวลดแรงดันในหู

28 สค
หูหายอื้อแล้ว แต่ยังมีเสียงผับๆ กระพือในหู ปกติเสียงพวกนี้คืออาการปรับแรงดัน แปลย่อๆคือ ท่อยูเสตเชี่ยนตัน กินยาชุดอีก1วัน

29 สค
ลืมกินยาชุด ปวดรอบแก้วหูมาก พร้อมเสียงวี้ดยาวๆในหูซ้าย อาการคือไซนัสอักเสบในช่วงท่อยูสเตเชี่ยน

30 สค
ตื่นเช้ามาด้วยอาการปวดรอบแก้วหูเหมือนเดิมหนักกว่าเดิมอีกแต่ว่าพอนวดหลังกกหูก็มีอาการดีขึ้นเลยตัดสินใจว่าน่าจะไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อเลยไม่ไปหาหมอเพราะมันมีทั้งหายในบางช่วงและเป็นในบางเวลา ส่องหูแล้วแก้วหูไม่แดง


ตกเย็นล้างจมูกมีเมือกเหลืองออกมาเลยค่อนข้างแน่ใจว่า ปวดแก้วหูเป็นเพราะไซนัสอักเสบแล้วลามไปที่ท่อ ยูสเตเชี่ยน ก่อนนอนเลยกินยาแก้แพ้ 1 เม็ดและซูโดอีก 1 เม็ด

31 สค
เจ็บรอบแก้วหูเป็นบางช่วง
นวดหลังกกหูแล้วรับรู้ความเจ็บข้างในได้
มีเสียงวี้ดแต่ไม่กระพือ
น้ำมูกแห้งดี
ล้างจมูก แล้วสั่งน้ำมูก แรงดันหูน้อยลง
กินยาแก้แพ้ และซูโด ต่ออีก1วัน
ส่องหูดูอีกรอบ หูไม่แดง

2 กย
อาการดีขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว เหลือตึงๆ แค่ 10%