Saturday, June 7, 2025

NPC ตอนที่ 47 หวัดเรื้อรัง พค-มิย

 7 มิย

เมื่อวานอาการน้ำมูกหายไปหมดแล้ว จมูกโล่ง ไม่ปวด แต่เช้านี้กลับมาใหม่ แน่นจมูกไปหมด ล้างจมูกมีเมือกเหลืองออกมาเยอะมาก อาการเมือเหลือง ที่เป็นแผ่ๆ กองๆ แปลว่า เป็นเมือกใหม่ อาการใหม่ ย้ายที่ปวดไปอยู่ที่แก้มซ้าย ในโพรงไซนัส ตัว turbinate ไม่ปวดแล้ว ตัวรอบรูหูไม่ปวด อาการไม่คงที่ เย็นนี้รีบมาหาหมออีกที หมอบอกว่าเป็นหวัดเรื้อรัง เนื่องจากยังไม่ปวดเนื้อเยื่อ อยากให้ลองงดยาฆ่าเชื้อไปก่อน เลยให้ยา pumicot มาผสมน้ำเกลือล้าง ยาจะช่วยลดบวม ขยายรูในโพรงไซนัส ทำให้ล้างออกได้หมดจรด จะดีกว่าการพ่น dymista เพราะน้ำเกลือผสมยาวิ่งไปทั่งโพรงมากกว่า

การทดลองใช้ยาล้าง

  • รอบแรกล้างด้วยยาก่อน ปรากฏว่าเปลือง
  • รอบสองล้างด้วยน้ำเกลือเปล่าก่อนจนโล่งดี หลังจากนั้นค่อยเอายาน้ำเกลือล้างตาม ตอนล้างเมือกในโพรงไซนัสจะยังออกไม่เยอะ มันจะไหลเร็วใสๆ อาการแน่นในจมูกจะยังไม่หายไป
  • แต่หลังล้าง 2ชั่วโมง จะมีน้ำไหลออกจากจมูกซึม จึงไปล้างน้ำเกลือเปล่าอีกรอบ คราวนี้จะมีน้ำเมือกใหม่ และเมือกเก่าออกมา 
  • เมือกเก่าคือจะสีเข้มๆ และข้นเป็นก้อนๆ เมือกใหม่จะใสๆเหมือนน้ำมูกสีเหลือง




8 มิย
เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิท ตื่นมาล้างจมูก น้ำเกลือเปล่า 2 รอบ และล้างน้ำเกลือยาตอนเช้าอีกรอบ วันนี้ทั้งวันน้ำมูกไหลตลอดทุก 1 ชั่วโมงต้องไปล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเปล่า แต่เป็นน้ำมูกใส ไม่มีน้ำเมือกเหลืองเลย อาการปวดไซนัสก้อไม่มี จมูกไม่ตัน คอไม่เจ็บ หูไม่เจ็บ ต้องเตรียมตัววางแผนไปล้างจมูกที่ทำงาน พรุ่งนี้ให้ได้แบบนี้อีก มีไข้ 37.5


9 มิย
ยาสวนล้างจมูกนี่ ถ้าล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเปล่าดีดี ไม่มีน้ำมูกค้าง เวลาโดนยาจะแสบวาบไปทั้งโพรงแก้มเลย แต่ถ้าล้างไม่หมด เวลาสวนยาจะเฉยๆไม่รู้สึกอะไร นั่งจามทั้งวัน แต่ไม่มีน้ำมูกเหลือง

10 มิย
ยังเพลียๆ เหมือนจะมีไข้อีกละ น้ำมูกไม่มีแล้ว ไม่จามแล้ว ไม่ไอแล้ว เช้าจึงไปทำงาน นั่งห้องแอร์ได้ครึ่งวัน บ่ายต้องลากลับ ปวดโพรงจมูกด้านซ้ายมาก เวียนหัวข้างซ้าย กลับถึงบ้าน รีบไปล้างจมูก รันน้ำเกลือเยอะๆ ได้ก้อนเหนียวสีเหลืองหลุดออกมา ไม่มีเมือกเหลืองใสแล้ว ไม่มีน้ำมูกใหม่ คาดว่าเป็นก้อนที่ค้างอยู่ด้านในลึกๆ ที่ยังล้างไม่หมด ถ้ายังไม่หายดี พรุ่งนี้อาจจะขออยู่บ้านเพราะล้างจมูกต้องใช้น้ำเยอะ ขนไปล้างที่ทำงานไม่สะดวก


11 มิย
วันนี้เอาน้ำเกลือมาล้างที่ทำงานด้วย ไม่อยากนั่งอยู่บ้านหลายวัน ค้นพบความรู้สึกใหม่ ว่า หากจมูกตันข้างซ้าย เราเอาน้ำเกลือเข้าข้างขวา ถ้าเราก้มหน้าเยอะ น้ำเกลือจะไปด้านหน้าผาก แต่ถ้าเราเอียงหน้าไปทางซ้ายแล้วเงยขึ้นนิดนึง น้ำเกลือจะไหลจากทางขวาไปทางซ้ายได้ลึกสุดๆ 
วันนี้ได้เมือกเหนียวเหลือง อีกก้อนใหญ่ๆ ตอนเที่ยง แปลว่าที่ล้างตอนเช้าๆ ไม่ค่อยจะเข้าไปในโพรงซ้ายซักเท่าไหร่

12 มิย
วันนี้อยู่บ้าน ทำงานจากที่บ้าน ตื่นเช้ามายังมีอาการปวดหน่วงๆ อยู่ตรง turbinate ลามไปถึงดั้ง ล้างจมูกปกติ แต่ตอนพ่นยา พบว่า รูจมูกซ้ายชา ลามมาที่แก้มชา เที่ยงเลยรีบไปหาหมอรุ้ง หมอดูแล้วบอกว่า รูปลักษณ์ของหนองและสีผิวยังไม่แย่ แต่ถ้าคนไข้รูกสสึกปวดและชา ตัวจะรู้ตัวเองดีที่สุด ดังนั้นถ้าคิดว่าชาและปวด อยากได้ยาฆ่าเชื้อจะจ่ายให้เป็นตัว darlfox และให้ pumicot มาเพิ่มอีก 10 หลอด หมอบอกว่าล้างมาดีแล้ว ล้างแบบนี้ต่อไป ล้างเยอะๆ เอะใจคำว่าล้างเยอะๆ กลับมาเลยล้างน้ำเกลือเปล่า แล้วตามด้วยน้ำเกลือยาทุกรอบ ตกเย็นอาการปวดหายไปเกือบหมด น่าจะเป็นเพราะวันนี้ ไม่โดนแอร์เย็น และมีเวลาล้างจมูกบ่อยขึ้น ยาที่ได้มาเลยยังไม่กิน เอาไว้รอดูอีกสักวัน เพราะถ้าเริ่มต้องกินนาน10วัน


13 มิย
วันนี้ทำงานจากบ้านอีกวัน การขนอุปกรณ์ล้างจมูกไปที่งานไม่สะดวกอย่างที่สุด ดังนั้นล้างที่บ้านดีสุด วันนี้เนื่องจากได้ยา pumicot มาถึง 10 หลอด อีกทั้งวันนี้ไม่มี น้ำมูกใหม่เลย จมูกแห้งแทบจะตลอดเวลา เลยผสมยากับน้ำเกลือ 1 ลิตรต่อ 1 หลอดแล้วล้างสดเลย ไม่ได้ใช้น้ำเกลือเปล่าล้างนำแบบวันก่อน 

การล้างจมูกที่ทำให้ มูกเหลือง (รอบนี้เรียกมูก ไม่ใช่เมือก เพราะมันสีขุ่นและเหนียวเป็น ขี้มูก) จากโพรงไซนัสซ้ายหลุดออกมาได้เยอะ เราต้องก้มหน้าขนาดพื้น หันเอียงหน้า 45 องศาไปทางขวา เอาโพรงซ้ายลงพื้น  จากนั้นดันน้ำเกลือเบาๆ เข้าไป ถ้าน้ำเย็น เราจะรู้สึกได้ว่าน้ำเกลือจะไกลไปที่หน้าผากก่อน แล้วค่อยไหลเข้าโพรงแก้มด้านซ้าย ก่อนที่ มูกจะไหลหลุดออกมา แบบง่ายๆ แต่ปัญหาคือถ้าก้มหน้ามากเกินไป จะมีอาการหูอื้อ เหมือนน้ำเข้าหู เลยเกิดความสงสัย

ถาม AI ว่า โพรงไซนัสมีกี่โพรงกันแน่ ได้ความว่าแบบนี้

โพรงไซนัสมี 4 จุดหลัก:

  1. Frontal sinus (หน้าผาก)

  2. Maxillary sinus (แก้ม) ← ของคุณอักเสบข้างซ้าย

  3. Ethmoid sinus (ระหว่างตา)

  4. Sphenoid sinus (ลึกในโพรงจมูก)

โดยโพรงที่มีการอักเสบคือ โพรงแมกซิลลา (แก้ม) มีตำแหน่งรูระบาย (ostium) อยู่ด้านบนของโพรง  ดังนั้น "น้ำจะไม่เข้า-ออกง่าย" ถ้าศีรษะตั้งตรง


ข้อควรระวังในการใช้ท่าก้มลึก:
  • ระวังน้ำเกลือย้อนเข้าหู ถ้าล้างแรงเกินไป

  • ถ้าเกิดหูอื้อ หรือเวียนหัว → ให้เปลี่ยนท่ากลับมาที่ปลอดภัยกว่านี้

  • หากมี “แรงดันในหูชั้นกลาง” หรือประวัติหูอักเสบง่าย → ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ท่านี้ต่อเนื่อง






มูกที่ออกมา มันจะออกมาเป็นก้อนกับน้ำเกลือใสๆ แบบนี้เลย ไม่มีเมือกวุ้นๆ แบบแป้งออส่วน ตีความได้ว่า ไซนัสแห้งแล้ว ที่ออกมาคือของเก่า ที่มันขังอยู่ด้านในลึกๆ ลองเทียบกับรูปแรกบนสุด จะเห็นว่ามูกเหลืองออกมาพร้อมกับเมือกเหลืองและจะออกมาเป็นกองๆทุก2ชั่วโมง ช่วงแรกๆนี่ล้างเท่าไหร่ก้อไม่หยุดมาตลอด ความแปลกคือรอบนี้อักเสบด้านขวาพร้อมกับด้านซ้าย แต่เพราะข้างซ้ายอ่อนแอกว่าเลยเป็นหนักกว่า ก้อนมูกที่เห็นนี้ได้จากข้างขวา

ทำให้ต้องนั่งนึกย้อนกลับไป วันที่3ไปตัดต้นไม้โดยไม่ได้สวมหน้ากาก ต้นมะเหมี่ยวมีเกสรกำลังออกสะพรั่ง ความเป็นไปได้ที่จะสุดเอาเกสรแล้วแพ้ เพราะมันอักเสบที่ไซนัส maxillary ส่วนลึกที่ปกติไม่เคยเป็น ต่อไปต้องระวังตัวเองให้มากกว่านี้




14 มิย
หลังจากใช้น้ำเกลือยาผสมสูตรเข้มข้นขึ้น750ccต่อpumicot 1mg เจลลี่แบร์หลุดออกมา2ตัว ข้างซ้ายตัว ข้าวขวาตัว อาการปวดก้อดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ตัดสินใจไม่กินยาฆ่าเชื้อ อาการปวดชาวันก่อนคือ เจลลี่แบร์มันไปกดด้านในจนชาเพราะมันก้อนใหญ่ ล้างด้วน้ำเกลือธรรมดาไม่หลุดง่ายๆ ที่หลุดเพราะอยู่บ้านล้างถี่ๆ แต่การล้างถี่ๆ ก้อไม่ดี เสียงเปลี่ยน บ่งชี้ว่าล้างมากไป

15 มิย
ไม่เจ็บจมูกแล้ว แต่ยังมีปวดรอบรูหูบ้าง

16 มิย
ไม่มีอาการเจ็บจมูก ไม่ปวดแก้ม ไม่ปวดหู ไม่มีน้ำมูกเลย ล้างแล้วโล่งตลอด แต่ยังรู้สึกจมูกตีบๆข้างซ้ายตรง turbinate อยู่



17 มิย
วันนี้ไปพบหมอ ENT รามา ติดตามการอุบัติซ้ำของมะเร็ง ด้วยการส่องกระจกดูหลังโพรงจมูก ไม่พบการเกิดโรคซ้ำ ถือว่ารอดไปอีก 6 เดือน

กลับบ้านมาคุยกับ chtGPT เรื่องการล้างคอหอยด้วยน้ำเกลือ 



18-20 มิย
ล้างจมูกผสม pumicot เช้าเย็น ลดรอบการล้างลงมาปกติ คือเช้าตื่นนอน และเย็นหลังกลับจากทำงาน ไม่ได้ล้างก่อนนอนเพราะ น้ำเกลือในโพรงจมูกไหลออกไม่หมดเวลานอนแล้ว ค้างในหัวไหลย้อนเลอะเทอะ ช่วงนี้หูดังกุบกับทุกวัน มีอาการตึงๆ ในโพรง maxilary บ้าง แต่แปลกตรงที่เป็นสลับซ้ายบ้างขวาบ้าง ตีความได้ว่า ไม่เกี่ยวกับผลของการฉายแสง

21 มิย
เช้านี้มีน้ำมูกบ้าง แต่เป็นมูกใสปกติ น่าจะเพราะอากาศเย็นจากแอร์ ล้างออกแล้วปกติ อาการตึงๆใน maxilary น้อยลงจนแทบไม่รู้สึกแล้ว อาการหน่วงๆ ตรง turbinate น้อยลงจนต้องสังเกตเยอะ ถึงจะรู้สึก อาการจมูกตันไม่ค่อยมีแล้ว อาจจะเป็นผลของผ้าพันคอ ที่ทำให้จมูกอุ่น ต้องลองบันทึกต่อไป เท่ากับล้างจมูกรวม 14วันกว่า turbinate จะยุบปกติ


22-30 มิย
อาการทรงๆ ค่อนไปทางดี มีปวดไซนัส maxilary บ้างแต่น้อยลงไปเยอะ ยังคงมีรำคาญและกดปวดตรง turbinate รำคาญเหมือนมีแผลด้านใน ความรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่อยากเอามือไปแกะออก

1 กค
ช่วงนี้หูดีที่สุดเลย ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่แน่น ล้างคอไม่มีเมือกเหลืองเยอะ มีบ้างบางส่วน
แต่เสียงวี๊ดยังดังตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แต่ก้อเบาลงไปเยอะ พอจะนอนหลับสบายไม่รำคาญ

6 กค
เริ่มมีน้ำลาย ขากติดเหลืองนิด จากหลังคอ

7 กค
มีน้ำลายเหลืองเขียวจากหลังโพรงจมูก น่าจะติดเชื้อ แต่คอไม่เจ็บ หูไม่เจ็บ กลั้วคอไปก่อน1วัน รีบนอนพัก

8-9 กค
เจ็บคอ แต่เสมหะเหลือเริ่มใส น้ำมูกเริ่มเยอะ การ์มินบอกว่า HRV ตกเหลือ 33 จากค่าเฉลี่ย 37 แปลความว่าไม่สบาย พักวิ่งพักเดิน แล้วรีบนอนเยอะๆ กินยาแก้แพ้ ติดกันสามวัน 7/8/9 ยาแก้แพ้ช่วยเรื่องจมูกบวมตันได้ดีพอสมควร

10-11 กค
เสมหะเริ่มลดลง สีเหลืองใส ไม่ข้น ไม่เขียวแล้ว อาการง่วง น้อยลง มีแรงมากขึ้น การ์มิน HRV กลับมาที่ 36 แล้ว เริ่มกลับมาเดินออกกำลังตอนเย็นใหม่

18 กค
วันนี้ปากแห้งมาก แห้งมาสองวันแล้ว แห้งแบบแห้งผาก แต่เป็นอาการเหมือนปกติย้อนไปปีก่อนเลย เหมือนในปาก ในจมูกจะไม่มีเมือกอะไรเหลือแล้ว จมูกก้อเริ่มไม่ตัน แต่ turbinate ยังรู้สึกเหมือนมีแผลอยู่ หูมีเสียงวี๊ดดังมาก ลิ้นเค็มเยอะ 
แต่ก้อมีจุดเปลี่ยนแปลกคือ เริ่มอยากกินอาหาร กินข้าวแล้วเริ่มรู้สึกอร่อย ทั้งสองมื้อเลย จะเรียกว่าปกติแล้วไหมนะ

.

Friday, June 6, 2025

เป้าหมายการฟื้นฟูร่างกาย



รอบนี้น่าจะหายติดเชื้อแล้วคงต้องมาฟื้นฟูร่างกายจริงจัง ดูแล้วภูมิทำงานไม่ค่อยดีเลย



ตั้งเป้าหมายจากวันนี้จนถึงสิ้นปีคือ

👉 เพิ่มน้ำหนัก

👉 ไม่กินอาหาร UPF

👉 เลือกอาหารแบบ Low GI (ดัชนีน้ำตาลต่ำ)

เป้าหมายนี้ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้ร่างกายใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เดินออกกำลังวันละ 30นาที พร้อมท่ายืดเหยียด


 🔥 สรุปประเด็นร้อน: เพิ่มน้ำหนัก โดยไม่พึ่ง UPF

❌ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง (UPF ที่มักเจอ)

-ไส้กรอก แฮม เบคอน

-ขนมขบเคี้ยว ขนมกรุบกรอบ

-น้ำอัดลม เครื่องดื่มผสมน้ำตาล

-อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป (พาสต้า เบอร์เกอร์ กล่องแช่แข็ง)

-ขนมปังขาว ขนมเค้ก คุกกี้จากร้านสะดวกซื้อ


🍽 แนวทางกิน Low GI + ไม่ใช่ UPF + เพิ่มน้ำหนัก

🥣 แหล่งคาร์โบไฮเดรต Low GI:

ข้าวกล้อง, ข้าวไรซ์เบอร์รี่

ข้าวโอ๊ต (แบบ steel-cut)

มันเทศ, ฟักทอง

ขนมปังโฮลวีทแท้ 100% (ทำเองยิ่งดี)

ถั่วต่าง ๆ (ถั่วแดง, ถั่วลูกไก่, ถั่วเขียว, ถั่วดำ)

ควินัว


🥚 แหล่งโปรตีนธรรมชาติ:

ไข่, อกไก่, ปลา, เต้าหู้, ถั่วเหลือง

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ไม่หวาน)

เวย์โปรตีน (แบบไม่มีน้ำตาล/รสชาติ)

ใช้ธัญพืชไม่ขัดสี

กล้วย+นม+เนยถั่ว (แบบไม่มีน้ำตาล)


🥑 ไขมันดี:

อะโวคาโด, เมล็ดแฟลกซ์, น้ำมันมะกอก, น้ำมันมะพร้าว

งาคั่ว

ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์

ใช้ไขมันดีแทนเนยเทียม/มาการีน


🧾 เมนูตัวอย่าง 1 วัน: Low GI + Clean + เพิ่มน้ำหนัก

เช้า ข้าวกล้อง 1 ถ้วย + ไข่ดาวน้ำ 2 ฟอง + อะโวคาโดหั่น + กล้วยหอม

ว่างเช้า ข้าวโอ๊ตต้มใส่นม + ถั่วแดงต้ม

กลางวัน ข้าวไรซ์เบอร์รี่ + อกไก่ย่าง + ฟักทองนึ่ง + แตงกวา

ว่างบ่าย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ + อัลมอนด์ + กล้วย

เย็น มันเทศนึ่ง + ปลาย่าง + ไข่ต้ม + ผักนึ่ง

ก่อนนอน นมอุ่น + เนยถั่วธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ


🍴ตัวอย่างเมนูอาหารเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    ข้าวกล้อง ต้มซุปไก่มะเขือเทศ ปลานึ่งซีอิ๊วใส่ขิงและเห็ดหอม ฝรั่ง 
ต้มซุปไก่มะเขือเทศ
    •    เนื้อไก่ เป็นแหล่งของโปรตีนและสังกะสี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    •    มะเขือเทศ มีวิตามินซี ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และมีไลโคปีน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย  
    •    แคร์รอต มีวิตามินและเบต้าแคโรทีนสูง ต้านการอักเสบ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    •    หอมหัวใหญ่ มีสารเควอซิทิน (Quercetin) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยบรรเทาอาหารหวัด คัดจมูก
ปลานึ่งซีอิ๊วใส่ขิงและเห็ดหอม
    •    เนื้อปลา เป็นแหล่งของโปรตีนและสังกะสี ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
    •    เห็ดหอม มีเบต้ากลูแคน ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
    •    ขิง มีสารจินเจอรอล (Gingerol) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ  กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ฝรั่ง มีวิตามินซีสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

.

Thursday, June 5, 2025

โปรดอย่าเป็น… โรคกตัญญูเฉียบพลัน 🥀

 


https://www.facebook.com/share/p/16HyBrjiog/

โปรดอย่าเป็น… โรคกตัญญูเฉียบพลัน 🥀


“คนอยู่ไกล”… มักมีความรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ

วันเวลาผ่านไป… เห็นพ่อแม่แก่ลงผ่านรูปถ่าย

ได้แต่โทรศัพท์บ้าง เงียบหายบ้าง


แต่ในวันที่ได้ยินข่าว… “พ่อไม่สบาย” หรือ “แม่ป่วยหนัก”

ความรู้สึกผิดก็โถมเข้าใส่

รีบวิ่งกลับมา… พร้อมกับ “ความกตัญญูเฉียบพลัน” ที่มาเต็มเปี่ยม


อยากรักษาทุกอย่าง อยากยื้อทุกนาที

แม้กระทั่ง “ต้องต่อเครื่องช่วยหายใจ” ต้องทำ “การฟื้นคืนชีพ” (CPR)

แม้ความจริง… พ่อแม่เองอาจไม่ได้ต้องการอะไรนอกจาก ความสงบในบั้นปลาย


 🧠 ความจริงทางการแพทย์:

งานวิจัยทางเวชศาสตร์ผู้สูงวัยระบุว่า

การยื้อชีวิตในผู้ป่วยสูงวัยระยะท้าย (End-of-life)

มักส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานทางกายและจิตใจมากขึ้น

ทั้งจากเครื่องช่วยหายใจ การสวนสาย การกดหน้าอก

โดยไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


อย่าให้ความรู้สึกผิดตอนท้ายทาง…

กลายเป็นการยืดเวลาความทรมานของคนที่เรารัก


คนที่อยู่ใกล้… ที่เห็นพ่อแม่เจ็บปวดเรื้อรังมาเป็นปี ๆ

เขาไม่ได้หมดรัก… ที่เขาไม่อยากยื้อ

เขาเพียงแค่อยากให้ท่าน จากไปอย่างสงบ ไม่เจ็บ ไม่ทุกข์


 ✨ “การดูแลที่ดีที่สุดในวาระสุดท้าย” คือ

การตั้งผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient-Centered Care)

ฟังเสียงของเขา… ไม่ใช่เสียงของความรู้สึกผิดของเรา


 📚 แนวคิด Palliative Care (การดูแลแบบประคับประคอง):

เน้นการดูแลรักษาความสุขสบาย ไม่ยื้อชีวิตด้วยเทคโนโลยีอย่างไร้เป้าหมาย

แต่ให้การจากลาเป็นไปอย่างสงบ มีศักดิ์ศรี และมีความรักโอบล้อม


บทเรียนที่อยากฝาก…

 • ก่อนจะตัดสินใจยื้อชีวิต ถามใจตัวเองสักนิด:

ท่านอยากอยู่… หรือเราอยากให้ท่านอยู่เพราะเรายังไม่พร้อมเสียเขาไป?

 • ก่อนจะรักษาเต็มพิกัด ถามหมอสักนิด:

รักษาเพื่อหายจริง หรือรักษาเพื่ออยู่ต่ออย่างทรมาน?

 • ก่อนจะสั่ง CPR ยื้อชีวิต

ถามตัวเองด้วยหัวใจ:

ท่านจะได้กลับบ้าน หรือได้แค่นอนกับเครื่องมือเต็มตัวใน ICU ?


พ่อแม่ทั้งชีวิต… ไม่เคยขออะไรมากกว่าความสุขของลูก

ในวาระสุดท้าย… ท่านก็ไม่ขออะไรมากกว่าการจากไปอย่างสงบเช่นกัน 🕊️


รักให้ถูก รักให้พอดี

อย่าให้ “ความกตัญญูเฉียบพลัน”

ทำให้คนที่เรารัก ต้องเจ็บจนถึงนาทีสุดท้าย


#หมอเก่ง

#โรคกตัญญูเฉียบพลัน

#วาระสุดท้ายอย่างสงบ

#PalliativeCare

#รักที่ไม่ทำให้เจ็บ

#ฟังนะ


ด้วยรัก


นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ (หมอเก่ง)

อายุรแพทย์

โรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International


🏥 สอบถามรายละเอียด / นัดหมาย 👇🏼

☎️ 𝐓𝐞𝐥 : 𝟬𝟴𝟰𝟮𝟲𝟰𝟮𝟲𝟰𝟲

💚 𝐋𝐢𝐧𝐞 : https://lin.ee/M3iUqHe

📲 𝗜𝗚 : instagram.com/cherseryhomehospital

🌐 𝐖𝐞𝐛𝐬𝐢𝐭𝐞 : www.cherseryhome.com

📱 𝗧𝗶𝗸𝘁𝗼𝗸 : https://www.tiktok.com/@cherseryhomeofficial

Sunday, May 25, 2025

NPC ตอนที่ 46 ติดเชื้ออีกแล้ว รอบนี้ 50วัน

 25 พค

จากวันที่ 5 เมษา ถึงวันนี้คือ 50 วัน กลับมาติดเชื้ออีกแล้ว แต่รอบนี้ไม่รุนแรง น่าจะติดเชื้อตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อนด้วยซ้ำ จุดสังเกตุคือ ตอนเช้าขาก น้ำมูกหลังคอ ได้น้ำมูกออกมาผสมกับก้อนสีเหลืองแกมเขียว ลักษณะไม่เหมือนเสมหะแต่เป็นเหมือนเมือกน้ำเหลืองสะสมจับตัวกันเป็นก้อนมากกว่

ตอนเย็นจึงรีบไปหาหมอกลัวว่าจะติดเชื้ออีก และก็เป็นอย่างที่คิดคือมีน้ำเมือกเหลืองและผนังจมูกแดง หมอให้ยาซิโทแมก บอกว่าลองเปลี่ยนกลุ่มยาดูบ้างเพราะอาการไม่รุนแรง อาจจะเป็นเชื้อที่หลงเหลือจากกลุ่มยารอบที่แล้วที่แล้วไม่รองรับ กินครั้งละสองเม็ดจำนวนสามวัน แล้วอาทิตยห์ลองสังเกตอาการใหม่





วันนี้ต้องส่องกล้องสองรอบ รอบแรกใช้กล้องแบบท่อเหล็ก เสียบเข้าไปเจ็บมาก จนร้องขอให้หมอช่วยเปลี่ยนเป็นท่ออ่อน กล่องท่อเหล็กเวลาหมองัดเพื่อหามุมส่องมันจะไปเบียดเนื้อเยื่อทีบวมแล้วเจ็บแบบเหมือนกดแผลที่เป็นหนอง

หมอแจ้งว่ากล้องมีสองแบบ แบบท่อเหล็กจะเหมาะกับการสอดแบบสองข้างเพื่อตัดชิ้นเนื้อหรือดูดแผลดูดหนอง ส่วนท่ออ่อนจะทำได้แค่ดูอย่างเดียว

ตกค่ำส่องหู หูปกติ ไม่แดงไม่มีน้ำ


จมูกข้าง Right 





จมูกข้าง Left
จะเห็นเมือกเหลืองตรงปลายท่อปรับแรงดัน เมือกเหลืองนี้ที่พยายามล้างทุกวันไม่ให้มีอะไรไปอุดแล้วหูเป็นน้ำนี่เอง แต่ผนังแดงมากเลย หมอแจ้งว่ายังไม่เห็นมะเร็งนูนๆ น่าจะติดเชื้อแค่นั้น




26 พค

เช้านี้เมือกเหลืองใสหนา ออกมาเยอะมากขึ้น ลักษณะเป็นกระจุกสีเข้มเหมือนวุ้น แต่ไม่เป็นสีเขียว 

ค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าให้เดาจากอาการตัวเองคือเป็นน้ำจากในหูไหลลงมา เพราะหูมีอาการปวดกล้ามเนื้อตึงๆรอบรูหูมาหลายวันแล้ว คงเป็นอาการอักเสบแบบไหนสักอย่าง ประกอบกับช่วงนี้ไม่ค่อยได้ใส่หมวก  เนื่องจากอากาศร้อน แต่พอมีฝนตกทำให้อากาศเย็นแบบไม่รู้ตัว ทำให้ลืมใส่หมวกหลายครั้ง มีอาการเจ็บตึงเพิ่มขึ้นที่รูท่อปรับแรงดัน ตรงกับอาการเมือกเหลือง

การล้างน้ำเกลือช่วงหลังๆ ก้อหย่อนยาน ล้างแค่คอไม่ได้หงายเยอะให้ถึงท่อปรับแรงดัน เช้านี้ เงยหน้าเยอะๆเหมือนที่เคยทำ ได้น้ำเมือกเหลืองออกมาอีกพอสมควร

28 พค

กินยาครบไปแล้ว3รอบ เช้านี้ น้ำมูกเมือกใสๆจากไซนัส ลดลงแทบไม่มีแล้ว อาการปวดรอบรูหูหายแล้ว ปวดturbinate หน่วงลดลง แต่ยังเหมือนมีอะไรตันอยู่บางครั้ง เมือกเหลืองหลังคอหายไปแล้ว 

29 พค

ปวดตึงๆรอบหู กลับมาอีกแล้ว แต่ยังสังเกตุน้ำมูก ลักษณะน้อยลงไม่เป็นเมือกวุ้นใหญ่ๆ ไม่พบเจอเมือกเหลือง  หูมีอาการกุบกับเวลาหายใจ มีเสียงวีดกลับมาชัดเจน

หมายเหตุ

  • เมือกวุ้นคือน้ำมูกจากโพรงไซนัส แต่มาเยอะๆ จับเป็นกองๆ ส่วนมากจะเจอตอนแพ้อากาศรุนแรง
  • เมือกเหลืองคือเซรั่ม จากโพรงหู ไหลผ่านท่อปรับแรงดันจะไหลออกมาเป็นแผ่นๆ หรือเป็นริ้วๆ ปะปนในน้ำมูกหลังคอ

วันนี้ไปพบหมอฉายแสงด้วย 

  • หมอคลำต่อมน้ำเหลืองบอกว่ายังไม่เจอก้อนโต พังผืนแถวๆคอถือว่าน้อยๆมาก เมื่อเทียบกับคนอื่น
  • ค่าไทรอยด์ยังปกติ แต่ต้องติดตามต่อไป โดยมากเกือบทุกคน หลังฉายแล้ว ต่อมไทรอยด์จะมีอาการฟ่อลงเพราะแสงรังสี ผลกระทบคือต่อมไทรอยด์จะผลิตฮอร์โมนลดลง และต้องกินยาไปตลอดชีวิต
  • แจ้งคุณหมอเรื่องหูอักเสบ จมูกอักเสบ หมออธิบายว่าเป็นผลจากรังสีไปฉายโดนท่อปรับแรงดัน ทำให้ท่อบี้แบนและทำให้น้ำระบายไม่ออก

ข้อมูลเสริมจากอินเตอร์เน็ต

  • รังสีทำลายเซลล์ผลิตฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ และเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงต่อม ทำให้การผลิตฮอร์โมน T3/T4 ลดลง
  • ปริมาณรังสีเฉลี่ย (Mean Dose) ที่ต่อมไทรอยด์ ≥ 45 Gy เพิ่มความเสี่ยงภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ
  • ตรวจเลือดวัด TSH, Free T4 ทุก 6–12 เดือน นานถึง 5 ปี หลังรักษา หากพบ TSH สูง (>4.5 μIU/mL) ร่วมกับ Free T4 ต่ำ ให้เริ่มฮอร์โมนทดแทนทันที
  • อัตราการเกิดภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ
    • 34.8% ใน 12 เดือนหลังรักษา
    • 28.6% ใน 24 เดือนหลังรักษา
    • 19.1% ใน 10 ปีหลังรักษา
  • สังเกตอาการต่อไปนี้ เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้น ทนหนาวไม่ได้ ผิวแห้ง ซึ่งเป็นสัญญาณไทรอยด์ทำงานต่ำ

30 พค
ปวดจมูกหนักขึ้น ปวดหูร่วมด้วย บ่ายรีบไปหาหมอ หมอให้ยาเดิมมากินอีก1ชุด หมอบอกว่าปกติกิน3วัน จะมีผลทำงาน5วัน ยังพอกินซ้ำตัวเดิมได้

2 มิย

กินยาชุด2 หมดไปแล้วเมื่อวานเย็น วันนี้น้ำมูกลดลงไปเยอะ ล้างจมูกแล้วเหลือไม่เยอะ แต่ยังมีปวดหูนิดๆ ปวด turbinate ตึงๆ แต่เริ่มไม่รำคาญติ่งจมูกตันเท่าไหร่แล้ว ประมาณว่าบวมน่าจะลดลง ไม่มีเมือกเหลืองแล้ว ล้างคอก้อไม่ค่อยมีเมือกเหนียวค้าง


5 มิย

วันนี้ไม่ค่อยปวดหูแล้วเหลือตึงๆรอบหูนิดหน่อย ไม่ปวดจมูกด้วย แต่ยังแน่นรูจมูกด้านใน ไม่มีน้ำมูกแล้ว ไม่มีเมือกเหลืองแล้ว น้อยจนลืมล้างจมูกตอนเช้า





.

Saturday, April 5, 2025

NPC ตอนที่ 45 สิ้นสุดการเดินทางแบบปลอดเชื้อ 4 เดือน

 5 เมษา

สิ้นสุด ระยะทางปลอดเชื้อ 138 วัน นับจาก 19พย

เย็นวันนี้ เสมหะเขียวเรียบร้อย

มีอาการปวดหู หน่วงๆชัดเจน อาการเจ็บคอยังเหลือนิดหน่อย

แต่รอบนี้รู้ว่าติดเชื้อเพราะติดหวัด ยังคิดว่าขั้นตอนที่ทำยังใช้ได้



6 เมษา

วันนี้เริ่มเขียวเข้มมากขึ้น หลักๆ เหมือนจะมาจากไซนัสด้านซ้าย เจ็บแถวๆ ท่อยูสเตเชียน ลามไปที่กล้ามเนื้อรอบรูหู อาการนี้เหมือนย้อนไปเดือน มกรา ปีที่แล้ว ที่ตายใจไม่ได้รีบไปหาหมอ ดังนั้นวันนี้ตอนเย็นจึงรีบไปหาหมอ สรุปความเห็นตรงกันว่าไม่รอด เอายาไปกิน แต่รอบนี้หมอบอกว่า หูแห้งเชื้อไม่ลามเข้าหู ดูสภาพไม่แย่ เหมือนปีที่แล้วนะ เอา darflox ไปกิน 10 วัน ดูแลตัวเองต่อไป

ครั้งล่าสุดที่กินคือ 19 พย ระยะห่างคือ 138วัน มากที่สุดที่ทำได้



7 เมษา
กินยาได้1วัน วันนี้เสมหะจับตัวเป็นก้อนขุ่นๆแข็งๆ

8 เมษา
วันนี้ เสมหะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองก้อนขุ่น ยังมีอาการเจ็บคออยู่ 

9 เมษา
วันนี้ อาการเจ็บลดลงแล้ว ตรงตามตารางที่เคยกินคือ 3วัน อาการเจ็บต้องหาย ที่ผ่านมา ถ้าไม่หาย อนุมานได้ว่า ยาไม่ได้ผล ต้องรีบคิดว่าจะทำอะไรต่อ อาการเจ็บพอลดลง พอจะสามารถจี้ได้ว่าเจ็บที่จุดปลายท่อ ยูเสตเชียนเลย แปลว่ามันอักเสบจุดเดิมๆ ตลอด

ส่วนเสมหะเปลี่ยนจากเหลืองก้อนขุ่นเป็น เหลืองใส เริ่มจินตนาการเอาเองว่า ถ้าเปรียบเป็นแผลสด เสมหะเหลืองรอบแรกๆ น่าจะเหมือนกับน้ำเหลืองรอบแผล พอทิ้งระยะเริ่มเป็นหนองขุ่น พอกินยาฆ่าเชื้อ หนองหาย แต่แผลยังไม่หายเลยมีน้ำเหลืองไหลประปราย เด่วไปหาข้อมูลมาประกอบการจินตนาการ

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก gemini
  • สีเขียว: มักเกิดจากเอนไซม์ myeloperoxidase ที่สร้างจากเม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิล ซึ่งบ่งชี้ถึงการต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • สีเหลืองขุ่น: ยังคงมีเม็ดเลือดขาวที่ตายแล้วและสารคัดหลั่งอยู่ แต่ปริมาณเชื้อแบคทีเรียอาจลดลง
  • สีเหลืองใส: บ่งชี้ว่าการอักเสบลดลง และอาจมีเมือกปกติมากขึ้น
  • สีใส: โดยปกติเสมหะจะมีสีใส

  • 10 เมษา
    คอยังเจ็บอยู่ เสมหะมีสีเหลืองเข้ม แต่น้อยลงเหลือแค่ก้อนละ1-2มิล ต้องคอยนวดคอให้ก้อนเมือกหลุดออกมาง่ายขึ้น


    11 เมษา
    วันนี้เสมหะขาวแล้ว คอเจ็บน้อยลง แต่ยังมีอาการเจ็บรอบหูอยู่บางจังหวะ อาการเจ็บคอส่วนใหญ่คือมีก้อนเสมหะติดที่ปลายท่อ ต้องล้างจมูกแบบให้ไหลลงหลังคอ จะมีก้อนเสมหะแข็งๆสีเข้มๆหลุดออกมาชิ้นเล็กๆ


    12เมษา
    คอไม่เจ็บแล้ว

    2 พค
    น้ำลายผนังคอมีสีเขียว ปากเป็นแผลร้อนใน
    คันตามาก จนต้องกินยาแก้แพ้
    อาจจะเพราะลางานไป รพ และเมื่อวานเป็นวันหยุดจึงไม่ได้กลั้วน้ำเกลือบ่อยๆ 
    จมูกด้านซ้ายบวมตุ่ยๆ

    3 พค
    น้ำลายผนังคือมีปริมาณสีเขียวน้อยลง 
    พยายามกลั้วคอให้ลึกด้านใน

    5 พค
    เช้ามา น้ำลายจากผนังจมูกไม่เขียวแล้ว
    หมายเหตุ น้ำลายผนังคอมันจะเหนียวติด ต้องใช้แรงขากเยอะ แต่น้ำลายผนังจมูก จะขากเหมือนสั่งน้ำมูก บางครั้งตัวที่เหนียวแห้งมันจะไม่ออกมาให้เห็น แต่เมื่อคืนล้างจมูก จึงคิดว่าน่าจะไม่มีแล้ว

    11 พค

    จมูกส่วน inf turbinate บวม เจ็บหน่วงๆ ตุบๆ มาหลายวัน ไปหาหมอ ได้ยาใหม่ dymista มาลองใช้ หมอยังไม่ให้ยาฆ่าเชื้อ ลองล้างพ่นจมูกไปก่อน




    12-17 พค
    มีน้ำมูกค้างในจมูกเยอะ เหมือนอาการแพ้ตลอดเวลา ต้องล้างจมูกเช้าเย็นเพื่อให้จมูกไม่ตัน หายใจโล่ง

    18-23 พค
    อาการน้ำมูกเยอะเริ่มลดลง ล้างจมูกได้ง่ายขึ้น อาการปวดยังมีอยู่ แต่ปวดน้อยลง เหลือปวดตึงๆแทน

    24 พค

    จมูก turbinate ยังปวดตึงเล็กน้อย เอาไฟส่องดู อาการบวมเหมือนจะลดลง แต่ยังหายใจขัดๆตันๆอยู่ 


    .

    Thursday, February 20, 2025

    NPC ตอนที่ 44 ติดตามอาการเดือน กพ และ มีนา

     20 กพ

    วันนี้มีนัดกับหมอคีโม หมอเช็คค่าเลือดไทรอยด์ปกติแต่ค่สไตสูง 1.13 จากรอบก่อนเดิมอยู่ที่ 0.99 


    21 กพ

    คันเหมือนแพ้ฝุ่น ยิบๆ ไปทั่วหย่อมๆ แต่ไม่ได้คันเฉพาะจุดเหมือนตอนปีก่อน ไม่ได้กินยาเพราะไม่ได้แพ้แบบมีน้ำมูก


    22 กพ

    ผลตากแพ้ฝุ่น วันนี้จมูกบวมตัน หายใจไม่ถนัด ต้องจัดยาแก้แพ้ด่วนๆ อาการแบบนี้ต้องกินสองวัน ถ้าช้ากว่านี้ มักจะมีน้ำในหูมา



    26 กพ

    เช้านี้อากาศเย็น 24องศา หล่นวูบจากเมื่อวาน 29องศา ตื่นมาจมูกตัน รีบล้างจมูก + พ่นยา +ใส่หมวกไหมพรม ตอน 0700 จมูกโล่งละ ไม่รู้หมวกช่วยได้แค่ไหน แต่จากการลองหลายๆ รอบ ช่วยได้เลย 

    อาการที่มีคือมีเสียงในหูแป๊ะๆๆๆ แต่ไม่มีเสียงกุบกับ ไม่มีเมือกหู จากการบันทึก พอจะสรุปได้ว่า เสียงแป๊ะๆ จะมาตอนอากาศเย็น ส่วนเสียงกุบกับ จะมาตอนแพ้ฝุ่น แต่ทั้งสองอย่างสร้างเมือกหูได้เหมือนกัน การใส่หมวกลดการสร้างเมือกหูได้ ทำให้มีเวลาระบายออกมาตอนแปรงฟัน


    28 กพ

    ตื่นเช้าจมูกบวมที่เดิม ตันด้วย รีบล้างจมูก บีบน้ำเบาๆ น้ำไม่ทะลุออกมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนใช้หลอดฉีดยา คงบีบดันมันเข้าไป แต่ตอนนี้ถ้ามันบีบไม่เข้า ให้เอาน้ำออกข้างเดิม แต่ทำซ้ำๆ จนมันละลายแล้วไหลโล่งอีกข้าง จะใช้น้ำเยอะกว่าก่อน แต่น้ำไม่ค้างในหู จากนั้นพ่นยา และแถมด้วย อิลิอาดิน ใช้เวลาไม่นานจมูกบวมยุบ หายใจโล่ง กินยาแก้แพ้ไป 1เม็ด


    2มีค

    วันนี้หูปกติแล้ว ไม่มีน้ำ ไม่ปวด ไม่ดังวี้ด ไม่มีเสียงแป๊ะ มีเสียงกุบกับ บางจังหวะ ตามเวลากลืนน้ำลาย แต่ไม่รุนแรง  อาการพวกนี้ ถ้ามาเร็วแล้วจัดการไว จะหายไปค่อนข้างเร็ว

    7มีค

    ตื่นเช้ามาจมูกตัน เลยล้างจมูก แต่ดูแล้วไม่บวม เลยไม่ได้พ่นยา ถ่ายรูปหูแล้วไม่มีน้ำขัง อาการอื้อไม่มี แต่มีเสียงวี๊ด ตลอดเวลา


    12มีค

    วันนี้มีเสียงแป๊ะๆ ในหู และมีหูกุบกับเล็กน้อย หูยังไม่อื้อ  ฝุ่นวันนี้ PM2.5 = 9 แปลว่าไม่เกี่ยวกับฝุ่น ดังนั้นเฝ้าระวังไปก่อน ยังไม่คันตัว


    16 มีนา

    เมื่อวานไปกินข้าวเดินไบเทค แอร์เยนลงหัว ไม่ได้ใส่หมวก เช้านี้ตื่นมา จมูกตัน รีบล้างจมูกช่วยได้พอสมควร

    วันนี้ครบ4เดือน ไม่ติดเชื้อหูไม่อื้อ เรามาลองทบทวนอาการและสาเหตุกันอีกรอบ

    • สาเหตุของการติดเชื้อหลักๆน่าจะมาจาก อาหารหมักหมมที่ลำคอด้านใน ซึ่งต้นเหตุมาจากน้ำลายเหนียวข้น การใช้น้ำเกลือกลั้วล้างคอบ่อยๆ ช่วยจุดนี้ได้มาก
    • สาเหตุของการมีน้ำในหูหลักๆน่าจะมาจาก ไซนัสอักเสบและสะสมน้ำเข้าไปที่หูชั้นใน สังเกตุได้ว่า การมีน้ำในหูไม่ได้ส่งผลติดเชื้อโดยตรง แต่80%เกิดหลังจากเป่าลมไล่น้ำ บางครั้งมีน้ำค้างนานหลายอาทิตย์แต่ไม่ติดเชื้อ บางครั้งห่างจากหยุดยาแค่ไม่กี่วัน
    • เหตุการณ์บังเอิญตอนเดือน พย ที่มีลมหนาวมา ทำให้น้ำมูกไหลทุกวัน จึงเอาหมวกไหมพรมมาใส่ บังเอิญสังเกตุได้ว่า หากใส่ต่อเนื่องหลายวัน นอกจากน้ำมูกจะลด น้ำในหูลดลงด้วย สังเกตได้จาก เมือกเหลืองจะออกมาตอนกลั้วคอเรื่อยๆทุกวัน
    • การใส่หมวกไม่ได้ทำให้ ไม่มีน้ำในหู แต่ทำให้การเติมน้ำในหูลด ใช้ประกอบกับการล้างคอให้น้ำลายเหนียวน้อย และระบายน้ำในหูไปเรื่ ยๆ ปริมาณสะสมจะค่อยๆลด

     ปัญหาหูเริ่มคลี่คลาย ปัญหาฟันเริ่มมาใหม่ ค่อยๆแก้กันไป


    20 มีนา

    เมื่อวานน้ำมูกไหลเยอะ เช้านี้ฝุ่นเยอะอีก ตื่นมาหูมีเสียงกุบกับ แต่ยังไม่อื้อ

    21 มีนา

    หูกุบกับ จมูกน้ำมูกไหล นวดคอ กลั้วคอ มีน้ำไหลลงคอแต่ตรวจจับสีเหลืองไม่ได้ น่าจะเป็นน้ำมูก มากกว่าน้ำหู ส่องกล้องหูแห้งดี

    22 มีนา

    วันนี้ pm 50+ ตื่นมาน้ำมูไหลจมูกตัน ต้องล้างจมูก แต่หูไม่มีเสียงกุบกับแล้ว

    23 มีนา

    วันนี้ pm 70+ น้ำมูกไหลแต่จมูกไม่ตัน หูไม่อื้อ ไม่มีเสียงกุบกับ แต่คันตา

    24 มีนา

    เมื่อคืนนอนตะแคงซ้าย หลับนานไปหน่อยตื่นเช้ามากกหูรั้งตึง เสียงกุบกับดัง และคอซ้ายตึง น่าจะพวกพังผืดรั้ง

    25 มีนา

    คนที่บ้านเป็นหวัด มาดูกันว่ารอบนี้จะรอดจากการติดเชื้อไหม จะแยกห้องนอนสักพัก

     26 มีนา

    เมื่อคืนอาบน้ำ ทำน้ำเข้าหู เช้ามาปวดหูหน่วงๆ ทบทวนดูก้อไม่ได้นอนทับหู ไม่แน่ใจว่าปวดกล้ามเนื้อรอบหูจากวันก่อน หรือต้องเฝ้าระวังว่าจะเป็นแบบติดเชื้อหรือไม่ เฝ้าดูกันต่อไป

    ทำน้ำเข้าหู ถ่ายรูปไว้

    +




    เช้ามาแห้งแล้ว

    +


    27 มีนา

    ดูท่าทางปลอดภัย ยังไม่มีอาการติดเชื้อ ย้ายกลับมานอนห้องปกติแล้ว

    28 มีนา

    เช็คพอร์ย เดือนนี้ลำไส้ทำงานปกติแล้ว กินไบโบติคมาหลายเดือน ตอนนี้กินเมดฟ้าได้หลายวันโดยไม่ต้องพึ่งเม็ดเขียวตลอดเหมือนช่วงแรก

    30 มีนา

    ไม่รอด+-+ นับได้ 3วันจากวันที่ 27

    วันนี้เจ็บคอ คายน้ำลายมีก้อนสีเหลืองนิดๆ แต่ยังไม่เขียว ตอนเย็นไปหาหมอหมอบอกว่าอาการยังไม่ชัด น่าจะติดไวรัสก่อน จะกินยาฆ่าเชื้อเลยไหม ตัดสินใจไม่กิน อยากพักยาให้ได้ 6เดือน แต่ขอเป็น เบตาดีน กาเกิ้ล มากลั้วคอ สมมติฐานคือถ้าเป็นไวรัสเล่นงาน เรากลั้วคอกันไม่ให้แบคทีเรียโจมตีเพิ่ม สองสามวัน น่าจะหาย ถ้าไม่หายค่อยกินยา

    31 มีนา

    เช้ามาเสมหะจับตัวเป็นก้อน แต่เป็นสีเหลืองๆ เยอะในตอนเช้า แต่สายๆ บ่ายไม่มี อาการเหมือนเป็นหวัด คอยังเจ็บอยู่ พยายามกลั้วคอให้บ่อยขึ้น จับตาดูอีกสักพักว่าจะเป็นอย่างไร

    1 เมษา

    เช้ายังมีเสมหะขุ่นเหลือง ไม่เป็นสีเขียว คอยังเจ็บจี๊ดอยู่ พยายามกลั้วคอด้วยไอโอดีนตลอด ความเจ็บลดลงบางส่วนแล้ว มีอาการเจ็บในรูหูบางครั้ง มีเสียงแป๊ะๆ มาตอนเช้า แต่ยังหูไม่อื้อ บ่ายๆ มีน้ำลายเหลืองคล้ายน้ำระบายจากหูมากกว่าเป็นเสมหะ

    2 เมษา

    คอเจ็บเหลือไม่เยอะแล้ว เสมหะไม่มีแล้ว หูเจ็บลดลงแล้ว สีเสมหะไม่เขียว เดินหน้าล้างคอต่อไป





    .

    Wednesday, January 1, 2025

    NPC ตอนที่ 43 เริ่มต้นปี กับการพบแพทย์ ENT

    3 มค
    หูยังคงแห้งดี เวลาเคี้ยวเวลากลืนจะมีเสียงกรอบแกรบ ซึ่งตอนนี้ถ้ามีเสียงกรอบแกรบสามารถใช้เป็น indicator ว่าหูแห้งดี

    4 มค
    คอเจ็บแสบ ใช้น้ำเกลือล้างให้บ่อยขึ้นพ่นยาคามิโลซานช่วย เสมหะเหลืองนิดๆ

    5 มค
    คอไม่เจ็บแล้ว ไม่ต้องยา

    7 มค
    มาพบหมอ ent ที่รามา หมอถามว่าหูเป็นไงบ้าง เล่าให้ฟังว่าตอนนี้ใส่หมวกลดน้ำมูกและล้างคอด้วยน้ำเกลือ ตอนนี้หูแห้งดี มาสองเดือนแล้ว หมอบอกว่าน่าสนใจ ให้ทดลองทำ6เดือน คราวหน้ามาบอกด้วย

    9มค
    เมื่อวานนี้ตอนเย็นหลังกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ ก็มีน้ำลายที่จับตัวเป็นก้อนหยุ่นๆหลุดตามออกมา เป็นก้อนสีขาวขุ่น ซึ่งสีไม่คล้ำเหมือนรอบก่อนๆแล้ว ตำแหน่งที่หลุดยังคงมาจากผนังคอด้านใน ซึ่งทำให้เกิดคำถามก่อนนอนว่า ปกติแล้วน้ำลายเป็นใสๆเหนียวๆ ถ้ามันจับตัวก็น่าจะเป็นเมือกวุ้นๆ แต่ทำไมน้ำลายที่หลุดออกมาถึงเป็นก้อนหยุ่นๆเหมือนยางลบได้ เลยมาค้นหาในเวบและสอบถาม chatGPT ให้ลองสร้างรูปและประเมินตำแหน่งที่จะทำให้น้ำลายสะสมจะเป็นก้อน

    ได้ออกมา3รูป และตำแหน่งที่คาดคะเนคือ Posterior Pharyngeal Wall ทั้งนี้ได้เห็นตำแหน่งของท่อยูสเตเชียนมาด้วยในรูป เลยถึงบางอ้อเลยว่า ที่ผ่านมาเวลาปวดหู มักจะชอบนวดคอด้านซ้าย หลังกกหูปลายกราม เพราะเวลานวดแล้วจะช่วยให้ลดหูอื้อได้เร็ว หรือบางครั้งจะช่วยให้น้ำในหูลดลง ซึ่งตำแหน่งที่นวด มันคือปลายท่อของยูสเตเชียนนี่เอง

    ส่วนการกลั้วน้ำเกลืออาจจะไม่ได้ไปล้างถึง Nasopharynx แต่น่าจะล้างได้แค่ Oropharynx แต่ก้อถือว่า น้ำเกลือช่วยได้เยอะจริงๆ









    13 มค
    หูยังแห้งดี เข้ามาเขียนเตือนตัวเองอีกรอบว่า ต้องล้างกลั้วคอก่อนล้างจมูกเสมอ อย่าลืม ไม่งั้นน้ำล้างจมูกจะพาเอาเศษอาหารที่คอขึ้นหู เขียนเพิ่มคือที่คอมีพังผืดไม่เท่ากัน อย่าลืมนวดคอตลอดด้วย

    15 มค
    หูแห้ง มีเสียงกุบกับปรกติ เสียงวี้ดลดลงนิดนึง

    18 มค
    ถ่ายรูปหูเก็บไว้




    21 มค
    หลังจากที่ภูมิแพ้ขึ้น แพ้ฝุ่น pm2.5 มาสองวัน วันนี้มีน้ำหูไหลลงคอเป็นเมือกเหลืองๆ จริงๆเมื่อวานก็เริ่มมีออกมานิดๆ แต่วันนี้ออกมาชัด พร้อมกับเสียงวี้ดชัดที่หูซ้าย แต่หูไม่อือเลยยังไม่ได้ถ่ายรูปเช็ค

    22 มค
    เจ็บฟันเวลาเคี้ยว ซี่ 2-4 ไปหาหมอฟันเจอว่าฟันร้าวยาว2.5มม หมอกรอทิ้งแล้วอุด ตอนนี้เลยเสียวฟันทั้งซ้ายและขวา กินข้าวลำบากสุดๆ

    24 มค
    น้ำมุกไหลแต่เช้า เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน แต่บอกไม่ได้ชัดว่ามาจากอากาศเย็นหรือไม่เพราะช่วงนี้ ฝุ่นเยอะมาก pm2.5 ขึ้นหลัก100มาสามวัน อาการคันตามตัวมีบ้างนิดหน่อย แต่ถือว่าแพ้น้อยกว่าอากาศเปลี่ยนแปลง ยังคงใส่หมวกไว้ตลอด

    27 มค
    มีเมื่อกเหลืองที่เหมือนเซรั่มภูมิแพ้ออกมากับน้ำลายผนังคอด้านใน น่าจะมาแพ้ฝุ่นวันวานทำให้เนื้อเยื่อระคายเคือง

    28 มค
    เช้านี้ระหว่างกลั้วคอ มีเสมหะสีเขียวก้อนใหญ่หลุดออกมา คาดว่าน้ำเกลือผสมคงจะช่วยทำให้ความเหนียวลดลงแล้วหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น ถ้าไม่ได้กลั้วน้ำเกลือ เสมหะนี้คงเกาะผนังคอด้านหลังไปอีกหลายวัน และวนกลับมาทำให้ติดเชื้ออีกรอบ
    กลับบ้านล้างจมูกอย่างละเอียด พยายามให้ลงผนังคอด้านในพร้อมกันกลั้วคอบ่อยขึ้น ไม่พบน้ำลายขุ่นค้างในผนังคอ คอไม่ระคายเคืองแล้ว

    29 มค
    ยังมีเมื่อกเหลืองปนออกมานิดหน่อย ไม่เยอะเหมือนวันก่อนแล้ว 

    31 มค
    ฝุ่นเยอะ แพ้ฝุ่น หูมีเสียงกุบกับ คันตัวด้วย รีบกินยาแก้แพ้กันไว้ก่อน น้ำมูกเริ่มไหลเป็นหยดหยด

    3-4 กพ
    คันตัว คันเท้า อาการแบบแพ้ฝุ่น กินยาไปวันละ 1 เม็ด กลัวว่าถ้ามีอาการแพ้แล้วจะทำให้เกิดเมือกเหลืองเยอะ เพราะคายน้ำลายมีเมือกหูมานิดหน่อย คาดว่าจะมาตอนภูมิแพ้ขึ้น

    6กพ
    เมือกวุ้นเส้นออกมาจากหู แต่สีไม่คล้ำ น่าจะยังใหม่ๆ แปลว่ารอบนี้หลุดง่ายขึ้น

    7-8 กพ
    กลั้วคอเรื่อย เมือกเหลืองจางๆออกมานิดๆ

    9กพ
    เช้านี้ตื่นเช้ามา อากาศ24องศา สักพัก หูกุบกับแรงมาก ตกเย็นคันตัวแรงมาก แปลว่าหูกุบกับนี้สัมพันธ์กับการแพ้ระดับนึง เย็นทนไม่ได้ เลยกินยาแก้แพ้ไปเม็ดนึง

    10กพ
    เช้ามาอากาศยังเย็นแต่หูโล่งแล้ว

    13 กพ
    เช้ามาฝุ่นเยอะแบบไม่รู้ตัว หูกุบกับ และมีน้ำมูกไหล ยังไม่ได้กินยา รอดูอาการแพบนึงก่อน


    14 กพ
    ไปเจอ link เกี่ยวกับการล้างจมูก
    ขอบันทึกจากประสบการณ์1ปีที่มีปัญหาหูติดเชื้อ เอาจากที่ปีที่แล้วเป็นแบ่งเป็น 2เคส คือในโพรงไซนัสมีเชื้อโรค กับไม่มีเชื้อโรค ง่ายๆคือเป็นหนองกับไม่เป็นหนอง 
    1. ถ้าไม่มีเชื้อโรค น้ำมูกตัน คือมาจากการแพ้ระคายเคือง ล้างด้วยน้ำเกลือดันเข้าไปเลยให้ผ่าน โพรงไซนัสทั้งสองข้างแบบนี้ ไม่เป็นไร ดันเบาๆ จะไม่ทะลุทำให้หูติดเชื้อ ปวดหู เพราะมันมักจะไม่เหนียวมาก
    2. แต่ถ้าเป็นแบบมีเชื้อโรค เมือกมันเหนียวเขียวข้น แบบนี้ถ้าดันทะลุเข้าไป ต้องใช้แรงเยอะ และ มันจะเอาเชื้อไปแพร่กระจาย ติดเต็มโพรงไซนัสทั้ง 3ส่วน ซ้ายกลางขวา วิธีล้างกรณีนี้คือดันน้ำเข้าไปแค่ให้มันแฉะๆ แล้วสั่งเอาออกทางรูเดิม ประหนึ่งว่า กลั้วจมูก ทำซ้ำๆ 4-5รอบ มันจะเริ่มโล่ง วันต่อไปถ้ามันไม่เขียวแล้ว ค่อยล้างปกติได้

    กรณีที่ใช้ไซริง จะกำหนดแรงได้ยากต้อง มันจะมีแบบขวดบีบ กับขวดหยด ถ้าใช้ขวดบีบ ให้โน้มตัวเยอะขนานกับพื้นโล่งจะใช้แรงบีบน้อย ถ้าใช้แบบขวดหยดมันจะค่อนข้างไหลช้า และรุ่นใหม่ล่าสุดคือเป็นขวดบีบแต่ต่อข้องอแปลงเป็นขวดหยด แปลว่า บีบเบาๆ ช่วยได้




    16 กพ
    ไปกินข้าวในห้าง อากาศร้อนเลยไม่ใส่หมวก ตกเย็นหูกุบกับทันที กลับเข้าบ้านล้างคอถี่ๆสองสามรอบเวลา ได้เมือกสีเหลืองออกมาจางๆสองสามรอบ เด่วจะดูว่าพรุ่งนี้หูจะเป็นยังไง

    19 กพ
    ฝุ่นน้อยลง หูไม่กุบกับแรงแล้ว หูยังอื้อเบาๆ เป็นบางจังหวะ แต่แห้งดีไม่มีน้ำ

    .



    Tuesday, December 31, 2024

    NPC ตอนที่ 42 สรุปปี สรุปยา สรุปโรค 2024




    ปีนี้เป็นโรคหูอักเสบทั้งปี เริ่มตั้งแต่ไปอินเดียมาตอนคริสมาส ปีที่แล้ว ไปเจออากาศหนาวขั้น -2 มา เดิมทีหูก้อไม่เป็นอะไรเลยตั้งแต่ฉายแสงปี 2023 พอมาเจออากาศเย็น เจอฝุ่น เจอแพ้ มีอาการน้ำคั่งในหู หูอักเสบ หูติดเชื้อมารุม

    26 ธค 2023 เริ่มมีอาการหูอื้อ น้ำมูกไหลเยิ้มๆ มีเลือดค้างที่หลังคอ เป็นน้ำเหลืองใสบ้างเป็นลิ่มบ้าง

    5 มค 2024 ติดเชื้อไซนัส กินยาฆ่าเชื้อ levoflox 10วัน

    18 มค 2024 เจ็บรากฟัน

    22 มค 2024 ปวดหู มีน้ำค้างในหู มีไข้ กินยาฆ่าเชื้อ MeiAct 14วัน / ห่างจากรอบที่แล้ว 17วัน

    17 กพ 2024 ปวดหู น้ำเหลืองเต็มหู กินยาฆ่าเชื้อ Augmentin / ห่างจากรอบที่แล้ว 23วัน

    25 กพ 2024 อาการปวดไม่หาย เปลี่ยนยาเป็น กินยาฆ่าเชื้อ Avelox / ห่างจากรอบที่แล้ว 11วัน

    2 มีค 2024 เจาะเอาน้ำในหูออกมาได้ 3ซีซี

    7 มีค 2024 น้ำแห้งได้ไม่กี่วัน หูเริ่มมีน้ำสะสมอีกแล้ว

    29 มีค 2024 เจ็บรากฟันลดลง

    26 เมย 2024 คอเจ็บ น้ำมูกเขียว หูไม่เป็นอะไร ติดเชื้อหลังจากกลับจากญี่ปุ่น กินยาฆ่าเชื้อ Cravit 8วัน / ห่างจากรอบที่แล้ว 61วัน

    27 เมย 2024 ตาแดงติดเชื้อ ได้ยา Tabrodex 3 วัน

    11 พค 2024 เป็นไข้ ปวดหู น้ำคั่งเยอะ ไปหาหมอฉุกเฉิน กินยาฆ่าเชื้อ Augmentin / ห่างจากรอบที่แล้ว 15วัน

    14 พค 2024 อาการปวดไม่หาย เปลี่ยนยาเป็น กินยาฆ่าเชื้อ Avelox

    6 กค 2024 สำลักข้าว

    7 กค 2024 หูอื้อ น้ำมูกเยอะ แก้วหูขยับ น้ำคั่งในหู รอบนี้ไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ

    15 กค 2024 น้ำในหูรอบนี้เป็นน้ำเหลืองใส ไม่ข้น ใช้เป่าแล้วหายได้ สุดท้ายเป่าจนมีก้อนแข็งๆเหนียวๆ หลุดออกมาจากท่อระบายแรงดัน น้ำในหูลดลงได้ไวขึ้นเหลือประมาณ 5%

    19 สค 2024 มีอาการแพ้ฝุ่น แพ้อาการ ไม่ได้สนใจ

    24 สค 2024 น้ำคั่งเต็มหู ซื้อกล้องมาส่องหู เจอว่าหูแดงบวม กินยาฆ่าเชื้อ DarFlox / ห่างจากรอบที่แล้ว 105วัน

    7 ตค 2024 เมือกเหนียวๆหลุดมาจากหู อาการหูอื้อลดลงทันที

    19 ตค 2024 คันแพ้ฝุ่น แพ้อาการ

    21 ตค 2024 หูอื้อน้ำคั่ง 50% 

    24 ตค 2024 ส่องกล้องหูแดงไปหาหมอ กินยาฆ่าเชื้อ DarFlox / ห่างจากรอบที่แล้ว 61วัน

    31 ตค 2024 หูแห้งเหลือ 5-10%

    6 พย 2024 มีเมือกหลุดออกมาจากหู

    13 พย 2024 หูยังมีน้ำบ้าง แต่ถือว่าหูแห้งที่สุดในรอบปี

    14 พย 2024 ไปทำ MRI น้ำน้อยแต่หูดังก้องๆ 

    19 พย 2024 ติดหวัดจากคนในบ้าน คอแดง น้ำมูกเยอะ ไซนัสอักเสบ แต่หูไม่แดง ไม่มีน้ำในหู กินยาฆ่าเชื้อ DarFlox / ห่างจากรอบที่แล้ว 26วัน

    20 พย 2024 คอเจ็บแดง เริ่มผสมน้ำเกลือกลั้วคอ

    22 พย 2024 เริ่มใส่หมวก ลดน้ำมูก เป็นบางเวลา

    29 พย 2024 เปลี่ยนมาใส่หมวก ตลอดเวลา

    9 ธค 2024 อากาศเย็นน้ำมูกไหล น้ำในหูกลับมา30% 

    15 ธค 2024 หูแห้งดี หูไม่อื้อ แต่มีตึงๆ เหมือนจะติดเชื้อ

    19 ธค 2024 สรุปว่าไม่ติดเชื้อ แค่กล้ามเนื้อขากรรไกรขัดยอก

    นับถึง 31 ธค ไม่ติดเชื้อมาแล้ว 41 วัน

    จบปี 2024 แบบทุลักทุเล ได้เรียนรู้เกี่ยวกับหูมากขึ้น



    หมายเหตุ

    • ความสัมพันธ์ระหว่างคันแพ้อาการก่อนมีอาการหูแดงติดเชื้อ มี correlation ค่อนข้างเยอะ คือมาพร้อมกันเกือบทุกครั้ง
    • เนื่องจากท่อปรับแรงดัน น่าจะพัง ดังนั้น เวลาล้างจมูกให้เปลี่ยนมาเป็นขวดบีบ หรือใช้ขวดน้ำเกลือแรงดึงดูดโลกแทน จะไม่แรงเกินไปจนดันเชื้อโรคเข้าหู
    • เพิ่มขั้นตอน การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ  ช่วยล้างเศษอาหารหลังผนังคอ แทนการล้างจมูกระหว่างมื้ออาหาร
    • อย่านอนตะแคงซ้ายทับหูซ้าย เพราะจะก่อ ให้เกิดการคั่งของน้ำในหูได้


    7 มค 

    มาอธิบายแบบมั่วๆ จากอาการที่เป็นในอดีต ให้ตัวเองอ่านในอนาคต

    • อาการในรอบปีจะมีสองอย่างคือ หูอื้อ กับเสียงวี๊ดในหู ซึ่งเสียงวี๊ดนี่ดังตลอด24ชม ไม่หายมา1ปีแล้ว
    • ส่วนหูอื้อ จากการสังเกต จะมาจากน้ำค้างในหูเยอะ
    • น้ำค้างในหูจะมีสาเหตุสิงส่วนคือ น้ำมาใหม่ กับน้ำไม่ไหลออกหรือออกช้าจากท่อตัน
    • น้ำมาใหม่จะสัมพันธ์กับน้ำมูกเป็นส่วนใหญ่ แต่บางครั้งมาจากการติดเชื้อก่อน ความแตกต่างคือ ถ้ามาจากน้ำมูก จะมาช้าค่อยๆเติมและมีจังหวะลดลงได้ แต่ถ้ามาจากการติดเชื้อ จะมาเร็วแรงและกดหนักๆที่แก้วถึงขั้นปวดมาก
    • ส่วนท่อตัน ยังไม่รู้สาเหตุ แต่เดาว่ามาจากน้ำลายเหนียวจับตัวเป็นก้อน
    • ที่ผ่านมามักจะมีการติดเชื้อที่หู หลังจากการเป่าหูไล่น้ำ เพราะมีน้ำในหูเยอะ และมักจบลงด้วยการติดเชื้อ
    • จากการสังเกตอนุมานว่า เศษอาหาร หรือน้ำลายเหนียวค้างที่คอทำให้ท่อตัน จากนั้นน้ำไม่ไหลออกค้างในหู พอเป่าลมไล่น้ำ ทำให้เชื่อโรคจากคอวิ่งเข้าหู สะสมเป็นหูติดเชื้อ
    • ช่วงครึ่งปีแรกพอมีน้ำมูก จะพยายามแก้ด้วยการล้างจมูก แต่ยิ่งล้างน้ำยิ่งเยอะ และตามด้วยการติดเชื้อเช่นกัน อ่านเจอว่าการล้างน้ำเกลือจะมีแรงดันให้น้ำเกลือบางส่วนไหลเข้าหู ถ้าบังเอิญคอไม่สะอาด อาจจะมีเชื้อย้อนตามท่อขึ้นไปที่หูได้
    • ครึ่งปีหลังพอมีน้ำมูกจะแก้ด้วยการกินยาแก้แพ้ ผลคือน้ำในหูลดลงเร็วกว่า แม้จะยังไม่แห้งทันที
    • บังเอิญเดือน พย มีอากาศเย็น จึงหาหมวกไหมพรมมาใส่ ปรากฏว่า น้ำมูกลดลงชัดเจน
    • เป็นที่มาของการทำการทดลองสองอย่างคือ ทดลองใส่หมวกตลอดเวลาเพราะในออฟฟิศ เปิดแอร์22องศาเย็นหัวตลอดเวลา และถ้าพลาดมีน้ำมูก ต้องกินยาแก้แพ้ให้เร็วอย่ารอ
    • อย่างที่สองคือทดลองใช้น้ำเกลือ2%ผสมเบคกิ้ง2% กลั้วคอ หลังกินข้าว และทุกครั้งที่เหมือนจะมีน้ำลายเหนียวค้างในคอ ผลจากที่ทำมาสองเดือนพบว่า มีน้ำเมือกเหนียว คล้ำๆ หลุดจากคอเป็นระยะ พร้อมกับหูที่แห้งลงเรื่อยๆ แต่เกลือ2%มันแสบและทำให้ปากแห้ง กำลังคิดว่าจะลดเหลือ 1.5%ดีไหม แต่คงเบคกิ้งโซดาไว้ที่2%เท่าเดิมไปสักระยะ
    • อย่างที่สามคือหยุดเป่าหู ใช้วิธีขยับขากรรไกรเยอะๆ โดยการอ้าปากให้กว้างที่สุด จากนั้นเยื้องขากรรไกรล่างมาข้างหน้า แล้วตามด้วยกลืนน้ำลาย ช่วงที่อ้าปากสุดๆ จะมีน้ำไหลจากหูมาที่คอ พอกลืนจะดันให้น้ำหลุดออกมา ทำได้ผลทั้งน้ำเหลวและน้ำเมือกก้อน
    • อีกตัวที่ควรบันทึกไว้คือตอนที่เป็นไซนัสอักเสบ หมอให้ยาอิลิอาดินมาใช้ เจอว่าช่วงที่ใช้ยาหูอื้อน้อยลง น้ำระบายออกได้สะดวกขึ้น หรืออาจจะเพราะบังเอิญด้วยจังหวะนั้นพอดี แต่เพิ่มขั้นตอนไว้ว่าถ้าหูอื้อหนัก ให้ลองใช้ยาอิลิอาดีนข้างเดียวแล้วบริหารขากรรไกร เพื่อช่วยระบายน้ำออกให้ไวที่สุด
    • ลำดับการล้างก็มีผล ควรล้างคอให้เสร็จก่อนถึงค่อยล้างจมูก เพราะสมมติฐานข้างบนคือแรงดันน้ำอาจย้อนเข้าหู ดังนั้นถ้าคอไม่สะอาดแล้วล้างจมูกก่อน ถึงทำให้ติดเชื้อซ้ำซ้อนบ่อยมาก ดูจากสถิติติดเชื้อข้างบนได้
    • การล้างจมูกก็จะมีสองแบบคือแบบล้างเข้าซ้ายออกขวาใช้แรงดันบีบให้ทะลุ แบบนี้เหมาะกับเป็นภูมิแพ้ไม่มีเชื้อโรค กับเข้าซ้ายออกซ้ายคล้ายๆกับการกลั้วคอ แบบนี้เหมาะกับตอนเป็นหวัดจะทำให้เชื้อโรคไม่แพร่กระจายไปยังโพรงไซนัส หรือหูชั้นกลาง
    • นอกจากนี้ยังพบว่าคอด้านซ้าย หลังกกหู ปลายกรามขากรรไกร มีพังผืดมากกว่าข้างขวา นี่อาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่อตัน
    • เดี๋ยวบันทึกไว้เป็นกรณีศึกษาเรื่อยๆ


    Monday, November 25, 2024

    NPC ตอนที่ 41 ผล MRI ออกแล้ว

     26 พย

    มีนัดหมอฟัน

    วันนี้ตั้งใจไปบอกหมอเรื่อง ได้หมอที่รับเคส รักษารากฟันต่อเนื่องแล้ว เป็นคลินิคที่ 3 ที่ไปหา 

    โดย คลินิค 2 ที่แรก หมอจะให้รื้อแล้วทำใหม่ ถือเป็นเคสใหม่ แต่หมอรับเคสโดยไม่ต้องรื้อมาทำใหม่หมด เพียงขอให้ช่วย 2 อย่าง อย่างแรกคือให้ทางรามาช่วย xray ทุก 6 เดือนหรือทุกรอบที่ไปเช็คอาการ แล้วถ่ายรูปใส่มือถือกลับมาให้หมอด้วย อย่างที่สองคือช่วยถ่ายรูปย้อนหลัง 1-2 ปีให้หน่อย จะได้เอามาเทียบและวางแผนรักษาโดยไม่ต้องรื้อทำใหม่หมด

    27 พย

    มีอาการเจ็บตึงที่ผนังคอซ้าย ตรงบริเวณท่อยูสเตเขียน เวลาหายใจจะรู้สึกขัดๆ เหมือนมีเสหะติดตลอดเวลา กลืนไม่หลุด ล้างจมูกไม่หาย กลั้วคอไม่หาย รำคาญแบบตึงๆ แม้จะไม่ได้เจ็บมาก แต่ทำให้ต้องคอยกลั้วคอทั้งวัน น้ำมูกเริ่มใส แต่น้ำมูกที่กองค้างอยู่ที่คอยังคอมีสีขาวขุ่นบ้าง

    28 พย

    นัดหมอฉายแสงแจ้งผล mri ครบรอบ2ปี

    ผลคือยังไม่เจอก้อนเนื้องอกเปลี่ยนแปลงโตขึ้น ขนาดของก้อนที่เหลือ ยังมีขนาดโตเท่าเดิมคือประมาณ 0.4 เซน หมอนัดทำmriอีกครั้งปีหน้า ในผล MRI แจ้งว่ามีน้ำคั่งในหู หมอแนะนำให้ไปปรึกษาหมอ ent เพื่อเจาะใส่ท่อระบายน้ำและบอกว่าอาการหูอื้อ พบได้ปกติสำหรับคนฉายแสงบริเวณนี้ 



    29 พย

    เช้าน้ำมูกเริ่มน้อยลง ไอยังมีบ้างแต่ไอไม่มีเสียงเสมหะแล้ว เวลาคายออกมาเป็นเมือกเหนียวใสไม่ขุ่น สิ่งบังเอิญที่ค้นพบและทดลองมาสองอาทิตย์คือลองใส่หมวกไหมพรมแบบปิดครอบหู จะช่วยให้น้ำในหูไม่เพิ่มขึ้น กำลังพยายามหาความสัมพันธ์ว่า อากาศทำให้หูเป็นหวัด สร้างเซรั่มสีเหลืองออกมาตามเนื้อเยื่อที่ถูกฉาย ประกอบกับน้ำเหลืองระบายยาก พอค้างไว้หลายวันเน่าติดเชื้อกลายเป็นแก้วหูแดง ยังไม่รู้ว่าสรุปถูกไหม แต่ช่วงนี้อากาศเย็น 23องศาใส่หมวกแล้วหัวอุ่น น้ำมูกจมูกไม่ไหล น่าจะทำให้น้ำมูกหูไม่ไหลด้วยก็เป็นได้

    ก่อนนอนล้างจมูกปกติ จู่ๆมีก้อนนี้หลุดออกมา เป็นก้อนที่เหนียวและมีมวลเป็นเส้นเอ็นแข็งๆ จับดึงแล้วไม่ขาด หลังจากหลุดออกมา อาการติดคอหายใจไม่ออก ก้อโล่งเลย พวกนี้น่าจะเป็นเศษน้ำเหลืองที่ค้างในหู ทำให้หูอื้อมากตลอดเนื่องจากระบายไม่ได้ พอดีช่วงนี้เป็นหวัดเลยมีน้ำไปล้างออกมาได้เรื่อยๆมั้ง




    30 พย

    จากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้วางแผนใหมช่ วงนี้ชีวิตต้องมีถุงยังชีพเพิ่มเข้ามา ในถุงจะมี กระติกน้ำจิบล้างฟัน , มีหมวกไหมพรมสำหรับหู, มีน้ำเกลือกลั้วผนีงคอด้านใน, มีน้ำยาบ้วนปากล้างเหงือก, มีผ้าเปียกเช็ดมือแล้วทิชชู่เช็ดน้ำมูก

    ช่วงสายกลั้วคอยังคงมีเศษเมือกจากหูออกมาอีกเล็กน้อย ถามว่ารู้ได้ไงว่าเป็นเมือกหู คือดูจากสี กับดูจากความข้นของเมือก มันจะเป็นก้อนแน่นๆ คล้ายโฟม ถ้าเปนเสมหะกับน้ำมูกใหม่ มันจะเป็นก้อนฟองเหมือนปลากัด

    3ธค

    ล้างจมูกมีน้ำมจากโพรงไซนัสออกมาเป็นสีเหลืองขุ่นจางๆ กับขาวขุ่นๆ ที่เดาว่ามาจากโพรงไซนัสเพราะหายใจจมูกไม่ตัน ล้างรอบแรกน้ำเกลือไหลดี ล้างซ้ำสอง รอบสามถึงหลุดออกมา

    ตอนนี้เริ่มได้เทคนิคการล้างจมูกสำหรับตัวเอง คือ

    1.ใช้ขวดบีบแทน สลิงค์ 

    2. เวลาบีบ บีบให้เบาแค่พอไหลเข้าจมูก

    3. โน้นตัวไปข้างหน้าเยอะ เพื่อให้เข้าโพรงไซนัสแนว จะไม่ต้องใช้แรงบีบเยอะ

    4. สั่งน้ำมูกเบาๆ แต่เป่าลมยาวๆ

    5. รันน้ำเกลือสั้นๆ ให้เปียกแล้วสั่งออกบ่อยๆ ดีกว่ารันน้ำเกลือยาวจนหมด


    5ธค

    หูยังคงดี ไม่อื้อติดต่อกันหลายวันแล้ว น้ำมูกเริ่มน้อยลงและใส มีแค่ช่วงเช้านิดหน่อยกับช่วงเย๊น ล้างจมูกไว้เรื่อยๆ พร้อมพ่นยาไว้ ช่วยได้เยอะ


    7ธค

    อัพเดทเรื่องลำไส้บ้าง

    การกินโปรไบโอติดช่วยให้ลำไส้บีบตัวง่ายขึ้นจริงอย่างเห็นได้ชัด แต่ต้องใช้ควบคู่กับการเดินขยับลำไส้ การเดินออกกำลังเรื่อยๆ ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่ ต้องเดินแล้วเกร็งหน้าท้อง ขยับส่วนล่างให้ไปกระตุ้นลำไส้ หากวันไหนลืมไปเดิน หรือเดินผิดท่า แม้จะกินไบโอติค ก้อจะถ่ายยาก แต่ถ้าเดินออกกำลังถูกท่าจะถ่ายง่ายตรงเวลามาก


    9 ธค

    น้ำในหูกลับมาอีกแล้ว

    วันนี้อากาศเย็น น้ำมูกไหลเยอะ บางครั้งน้ำลายมีสีเหลือง

    ปน เป็นอาการบอกว่ามีน้ำออกจากหู รีบกินยาแก้แพ้ก่อนเลย แล้วเดี๋ยวลองไล่น้ำออก ใส่หมวกช่วยพยุงมาได้หลายวันอยู่นะ


    10ธค

    น้ำในหูเยอะอีกแล้ว มาตอนที่อากาศเย็น น้ำมูกไหล

    สังเกตได้ว่าพอน้ำมุกเยอะจะมีน้ำในหูเยอะไปด้วย หากไม่รีบกินยาแก้แพ้ระงับน้ำมูกเหมือนครั้งนี้ น้ำในหูจะมาภายในวันหรือสองวัน

    13ธค

    น้ำในหูลดลงแล้ว บันทึกขั้นตอนไว้เผื่อเอามาทดลองใช้อีกรอบ

    1.ถ้ามีน้ำมูกต้องกินยาแก้แพ้ให้ไว

    2.ถ้ามีน้ำในหูแล้ว ทดลองใช้ อิลิอาดีน เพื่อให้ท่อขยาย

    3.เป่าหูถึงจะไล่น้ำได้ดี แต่จากที่ลองมา ไม่ค่อยปลอดภัย ทำทีไร ติดเชื้อทุกที

    4.ใช้วิธีอ้าปากให้สุด จากนั้นขยับขากรรไกรด้านที่หูอื้อ ตอนขยับให้อ้าปานกลาง ตอนที่อ้าสุดจะมีน้ำหลุดลงมา ตอนที่ขยับจะเป็นการไล่น้ำให้ลงคอ

    5.ทำซ้ำเบาๆไปเรื่อยๆ ความเสี่ยงมีแค่กล้ามเนื้อขากรรไกรอักเสบ จากที่ทำถ้าทำเยอะไปจะปวดขากรรไกร ทำแล้วพักเป็นรอบๆ

    6.ล้างคอด้วยน้ำเกลือ เศษอาหารและเศาน้ำมูกมักจะค้างที่หลังคอ ติดค้างจนเน่า บางทีเหม็นค้างที่คอ น้ำเกลือจะละลายแล้วพาเอาเมือกปลายท่อระบาย หลุดออกได้ง่าย

    7.ล้างจมุกหลังกลั้วคอ น่าจะช่วยลดเศษนำ้เศษอาหารจากคอเข้าหู เพราะเวลาสั่งน้ำมูกชอบมีลมเข้าหู เดาว่าท่อลมมันแหว่งหรือรั่ว

    8.จากนั้นแล้วพ่นยาอวามิสให้ลดน้ำมูก


    15ธค

    หูแห้งแล้วแต่มีเสียงกุบกับตลอดตอนที่ขยับปาก เดาว่าตอนน้ำที่ไปดันแก้วหูจนมันย้วย พอแห้งมันเลยยับยู่ยี่ ขยับสีกันไปมาง่าย มีอาการเจ็บๆ ตึงๆที่รอบแก้วหู ความเปนไปได้คือติดเชื้อหรือเจ้บเพราะขยับเยอะ


    19ธค

    เช้าอากาศเย็น ถอดหมวกตอนไปกินข้าว น้ำมูกไหลเฉย ตกเย็นหูอื้อ หันกลับไปดูขั้นตอนปฏิบัติ ณ ตอนนี้ควรกินยาแก้แพ้ไปก่อน แล้วต้องบริหารหูไล่น้ำ อย่าลืมใส่หมวกให้หูอุ่นด้วย และนอนให้เร็วขึ้น


    20ธค

    เช้ามาหูไม่อื้อแล้ว แปลว่าขั้นตอนปฏิบัติ น่าจะใช้ได้ระดับนึง


    24ธค

    เมื่อวานอากาศเย็นเผลอถอดหมวก (ไม่รู้เกี่ยวหรือป่าว) แต่วันนี้มีน้ำในหูนิดหน่อย จริงๆไม่ค่อยรู้สึกอื้อแต่เวลาเขย่าหัว เหมือนหนักหูนิดหน่อยเลยมาส่องกล้อง เพื่อดูว่าแดงหรือไม่


    26ธค

    ทำซ้ำเหมือนเดิมคืออ้าปาก ล้างคอด้วยน้ำเกลือ มันจะมีเมือกสีเหลืองๆออกมาตามท่อแรงดัน แล้ววันนี้หูไม่อื้อแล้ว ส่องกล้องเมื่อวานไม่มีน้ำแล้ว แต่เสียงวี๊ดยังมีอยู่ตลอดเวลา



    Thursday, October 24, 2024

    NPC ตอนที่ 40 พบหมอเตรียม MRI ครบรอบ2ปี


    21ตค

    อยู่ดีดีหูอื้อขึ้นมาเป็น 50% เฉย

    แต่สังเกตุได้อย่างนึงคือหลายครั้งที่ก่อนจะหูอื้อ จะมีอาการคัน แพ้ฝุ่น หรือแพ้อากาศ นำล่วงหน้ามา 2-3 วันเสมอ ครั้งนี้ก้อเช่นกัน คันจนต้องกินยาแก้แพ้เป็นรอบๆ


    22 ตค

    มีนัดหมอ ENT รามาตอนเช้า

    ไปถึงหมอส่องหูบอกว่าน้ำเต็ม ตรงกับที่หูอื้อเมื่อวาน หมอถามว่าอยากเจาะไหม อาการแบบนี้น่าจะเรื้อรังแล้วเป็นๆ หายๆ เจาะวันนี้ไปเลยดีไหม ตัดสินใจว่ายังไม่เจาะ เพราะเหมือนจะพอคุ้นเคยกับมันแล้ว




    23ตค 

    หูยังคงอื้อ เป่าแล้วดีขึ้นบ้าง ส่องหูมีน้ำเยอะแต่ยังไม่แดง

    หากมีอาการน้ำในหูเท่านั้น ไม่มีอาการแดง ไม่บวม โดยมาก มักจะมาจากแพ้อากาศ เหมือนมีน้ำมูก แต่น้ำมูกดันไปโผล่ในหูที่รูระบายใช้การไม่ได้ แต่ถ้ามีการติดเชื้อจะมีน้ำเหลืองๆ เยอะเหมือนเป็นไซนัส แต่เกิดในช่องหูแทน อาการแบบนี้ ถ้าเป่าหูแล้วกลืน น้ำจะลงตามคอได้ในบางจังหวะ และบางจังหวะสามารถใช้วิธีอ้าปากกว้างๆ แล้วเยื้องขากรรไกรไปทางซ้ายให้สุด กับเยื้องไปทางขวาให้สุด ก้อจะระบายน้ำได้เช่นกัน วันนี้หูไม่แดงใช้วิธีระบายน้ำด้วยตัวเองไปก่อน


    24ตค

    เฝ้าระวัง เช้ามาถ่ายรูป หูแดงอีกแล้ว คงรีบไปหาหมอดีกว่า หากพบว่าหูแดง แปลว่าติดเชื้อ การติดเชื้อโดยมากจะมาจากการที่เป่าหูวันก่อนหน้า ซึ่งมีอาการนำอันเนื่องมาจากแพ้อากาศ หากเป่าๆ แล้วพลาดเชื้อหลุดเข้าหู จะกลายเป็นหูอักเสบ 

    สรุปไปหาหมอไทยนครินทร์ ได้ยาฆ่าเชื้อมากิน เป็น DarFlox 100 จำนวน28เม็ด เท่ากับ7วัน รอบนี้ไม่รุนแรงเป็นนิดเดียวเจอก่อน หมอบอกว่าอาการน่าจะเป็น pattern แบบนี้แล้วนะ ควรจะเจาะใส่ท่อไว้เลย จะได้ไม่ต้องปวดหูเวลาที่น้ำเต็ม จึงได้ทำเรื่อง เคลมประกันล่วงหน้าทิ้งไว้ รอให้ทาง รพ โทรมานัดอีกรอบ


    26 ตค

    หูแดงลดลง อาการหูอื้อก็ลดลงด้วย แต่น้ำยังเต็มหูอยู่



    27 ตค

    เนื่องจากรอบนี้ไปหาหมอเร็ว ทำให้อาการแดงลดลงเร็วมาก

    อาการหูอื้อก็ลดลงเร็วเช่นกัน แถมรอบนี้หูอื้อเหลือ 10% ส่องรูปเหลือน้ำนิดเดียว น้อยกว่าทุกๆครั้งที่เป็น รอบก่อนๆ จะมีน้ำเหลือประมาณ 50% เสมอ




    31 ตค

    โอ้ว หูอื้อเหลือ ไม่เกิน5% ส่องรูปไม่เหลือน้ำแล้ว แต่มีคราบเหลืองๆเยอะ ยังคงมีเสียงจี๊ดๆ ในหูตลอดเวลา





    2 พย

    หูอื้อคงเดิมประมาณ5% เสียงวี้ดยังไม่หายไป พยายามเทียบเคียงว่าเสียงวี้ดคือประมาณไหน

    ไป download freq generator มาเทียบ ได้ความว่า เสียงวี๊ดจะตรงกับเสียงที่ความถี่ประมาณ 5000-7000 Hz




    3 พย

    พยาบาลโทรมานัดให้ไปเจาะหู นัดเวลาได้ตอน16:30 พอไปถึงหมอส่อวกล้องดูแล้วหยอดยาชาใส่ ระหว่างรอยาชา หมอบอกว่าเจาะใส่ท่อแล้ว ลงเล่นน้ำไม่ได้นะ บังเอิญมีแพลนไว้ เลยบอกว่าเดือนธันวาคมจะไปลงแพ อาจจะโดนน้ำ หมอเลยบอกว่า ไปเที่ยวให้เสรจก่อนแล้วค่อยมาเจาะก้อได้ เพราะจากกล้องดูแล้วน้ำแห้งไปเยอะแล้วน่าจะพอรอได้ น้ำที่ยังเหลืออีกนิดหน่อย ถ้าขยันเป่า น่าจะพอช่วยได้


    6 พย

    เช้านี้มีเมือกหลุดออกมาจากหู ถามว่ารู้ได้ไงว่ามาจากหู คือมันจะรู้สึกเจ็บตึงๆในหูก่อน แล้วค่อยเจ็บไล่ลงมาตามคอข้างในเหมือนมีอะไรขวาง จากนั้นจากตอดที่หลังคอรำคาญจนต้องขากออกมา บางทีขากไม่ออกต้องใช้ไอ พอหลุดจะเป็นก้อนเหนัยวๆสีเขียวๆเหลิองๆคล้ำๆ



    13 พย

    น้ำในหูยังคงแห้งอยู่ เหตุการณ์ปกติดี ยังมีเสียง วี๊ดตลอดเวลา วัดจากแอฟแล้วเสียงตรงกับความถี่ 5000-7000 Hz



    14 พย 

    มีนัด MRI ที่รามา จังหวะที่ทำ mri ต้องอุดหู และครอบหูอย่างแน่นหนา นี่ถ้ายังมีน้ำในหู เวลาโดนคลื่น mri คงปวดน่าดู วันนี้ขนาดน้ำแห้งไปเยอะยังมีอาการตึงๆ จากที่เคลื่อนมันสั่นและบีบในช่วงเวลา 1 ชั่วโมง


    15 พย

    วันนี้รู้สึกหูโล่ง มาอัพเดทรูปหู ไม่มีน้ำเลย

    คนในบ้านเป็นหวัดขี้มูกเขียวสองคน จะระวังตัวยังไงดี



    19 พย

    คอเจ็บ เสมหะเขียว รีบมา รพ ไทยนครินทร์ หมอว่าควรกินยาฆ่าเชื้อไปเลย สรุปว่าโดนอีกแล้ว บอกหมอว่าแต่รอบนี้หูไม่อื้อนะ รู้สึกปกติดี หมอบอกมานี่ มาดูหูหน่อย หมอดูหูให้เจอว่าน้ำเริ่มมาละ แต่ยังไม่มาก มีเอ่อๆนิดนึงประมาณ 20% คาดว่ารอบนี้น้ำคงระบายได้ดีขึ้นจากที่เมือกก้อนใหญ่หลุดไปรอบก่อน

    ขั้นตอนปฏิบัติรอบนี้คือ

    หากจมูกดันแล้วจะล้างจมูก มีโอกาส ที่เชื้อจะดันจากจมูกเข้าหู ดังนั้น หากจะล้างจมูกแล้วจมูกตัน ให้พ่นยาอิลิอาดินก่อน เพื่อขยายให้จมูกโล่ง จากนั้นจึงค่อย แบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เชื้อจะวิ่งเข้าหูได้

    หมอบอกว่า ผนังจมูกด้านในแห้งมาก ควรล้างน้ำเกลือบ้าง ล้างบ่อยๆแต่เบาๆอน่ากดแรงดันเข้าไปที่หู

    ยากินคือเอาตัวเดิมไป DarFlox 100 จำนวน28เม็ด ถามว่าลดความแรงเหลือ levofox ได้ หมอบอกว่า เขาไม่ทำกัน เพราะรอบที่แล้วกิน darflox ยังไม่เกิน 6 เดือน มีความเสี่ยงที่จะไปทำให้เชื้อดื้อยา เลยค้นหาว่า คืออะไร สรุปใจความได้ว่า เชื้อที่อยู่กับเรา เมือโดนยาฆ่าเชื้อจะอ่อนแอลงและให้ร่างกายกำจัดส่วนที่เหลือออกไป เชื้อที่โดยยาแล้วมีแนวโน้มจะสร้างสารดื้อยา ดังนั้นเราจะไม่เปลี่ยนยาบ่อยๆในช่วงใกล้กัน เพื่อให้เวลาร่างกายกำจัดเชื้อเก่าออกไป อนุมานว่า 6 เดือนหน้าเชื้อที่เป็นใหม่จะไม่ใช่ตัวเดิม ดังนั้นการกินยาในรอบหน้าจะสามารถเปลี่ยนชนิดยาได้

    darflox นี้ เป็นยาฆ่าเชื้อมี half life 12ชม สามารถกินซ้ำเมื่อ 12/2=6 +6/2=9ชั่วโมงเป็นต้นไป



    21 พย

    วันก่อนมีแต่คอเจ็บ แต่วันนี้น้ำมูกไหลโจ้กเลย แถมเป็นน้ำมูกสีเหลืองใส คาดว่าเป็นไซนัสอักเสบ เลยต้องล้างจมูกหนักหน่วง แถมต้องผสมน้ำเกลือกลั้วคอ เอาไปที่ทำงานเพิ่มด้วย น้ำลายเหนียวมาก ข้นมาก และเขียวด้วย




    22 พย

    น้ำมูกลดลงนิดหน่อยแต่ไอเยอะมาก ไอตลอดจนปวดท้อง ต้องเอาน้ำเกลือล้างคอบ่อยๆ ทั้งวัน มีอาการปวดกกหู แถวๆ ท่อระบายแรงดันหูข้างซ้ายด้วย


    23 พย

    ไอยังไม่ลด จิบน้ำพอช่วยได้บ้าง แต่ยังไม่เสมหะอยู่ บางครั้งก็เป็นสีเหลืองใสๆ น้ำมูกยังเกรอะรอบจมูก


    24 พย

    อาการคอเจ็บไม่มีแล้ว แต่อาการหวัดยังไม่หายไป ลองเช็คยาฆ่าเชื้อแล้วเหลือแค่ 2 วัน น้ำมูกใสแล้ว แต่เสมหะยังมีบ้าง คิดว่าควรไปขอยาฆ่าเชื้อมากินต่อยัง 3วัน เพราะถ้าหยุดแล้วมากินใหม่กลัวจะดื้อยาอีก

    พอเจอหมอ หมอดูหูไม่มีน้ำเลย ดูคอไม่แดงแล้ว ดูจมูกให้ปกติแล้ว แต่มีน้ำมูกหลังคอสีเหลืองนิดหน่อย หมอเห็นด้วยว่าเอายาฆ่าเชื้อมากินต่อ แต่ให้มาตั้ง 5วันเลย


    25 พย

    วันนี้ไอลดแล้ว เสมหะลดเลยแล้ว ไม่มีค้างเป็นก้อนๆที่หลังคอมากเท่าไหร่ น้ำเกลือกลั้วหลังคอ ก็ไม่มีอะไรออกมาแล้ว  แต่ยังมีไอบ้างเป็นรอบๆ ไม่ถึ่ แต่ถ้าเวลาตอนไอ ยังคงไอเยอะ มีเสมหะหลังคอเป็นแบบใสๆ ตลอด เสมหะสีขาว ไม่ข้นแล้ว

    แทบไม่ต้องล้างจมูกแล้ว หูไม่อื้อในบางจังหวะ และอื้อ 10% ในบางจังหวะ