Thursday, July 18, 2024

NPC ตอนที่38 เตรียมลำไส้ส่องกล้อง

 16 กค

เริ่มการเตรียมตัว 2 วันแรก ด้วยการกินอาหารอ่อนๆ

ที่โรงอาหารมีร้านต้มเลือดหมู ไปขอซื้อข้าวใส่น้ำแกง+ไข่ต้ม ทางร้านคิด 16 บาท 

มื้อแรกตอนเช้าใส่น้ำส้มสายชูหน่อยพอกินได้

มื้อเที่ยงยังกินได้อยู่

มื้อเย็นกินโจ๊กที่บ้าน


17 กค

วันนี้ก้อกินข้าวต้มไข่อีกวัน ทั้งเช้าและเที่ยง

เย็นกินโจ๊กไข่


18 กค

เช้านี้เปลี่ยนร้านโจ๊ก ได้กินหมู+ไข่

เที่ยงกินน้ำเต้าหู้ 3ถุง

ตอนเย็น 17.00 เริ่มกินยาล้างลำไส้ เป็นยา Niflec 137.155g + Picoprep ผสมน้ำ2ลิตร ดื่ม 200 cc ทุก10นาที จะคำนวณได้ทั้งหมด 11แก้ว

เมื่อผ่านไป1ชม ยาที่กินเข้าไปจะหมด1ขวดพอดี และเกิดอาการปวดท้องถ่าย เมื่อนั่งถ่ายจะได้เป็นน้ำเหลวๆ การถ่ายจะเป็นระลอกตามจังหวะที่ดื่มน้ำเข้าไป ที่น่าสังเกตคือ ไม่มีฉี่ แปลว่าน้ำที่ดื่มไม่ถูกไตดูดกรอง น้ำส่วนใหญ่จะผ่านตรงไปที่ลำไส้ เป็นรอบๆ คล้ายกับการเทน้ำล้างท่อสายยาง รอบแรกๆจะถ่ายมีกากปนสีเหลืองๆ จนรอบที่6จะเริ่มขาวใส และสิ้นสุดในรอบที่7 น้อยกว่าที่ดื่มเข้าไปที่11รอบ เดาว่ารอบแรกๆอาจจะไปกองรวมกัน

พอถ่ายมากๆ มีอาการแสบรูทวารและปลายทวารบวม ต้องไปเอายาเก่ามาทา



19 กค

หมอนัดส่องกล้องเวลา 10โมงเช้า แต่ต้องไปให้ถึงเวลา 8โมงเช้าเพื่อทำเอกสารและเตรียมตัวกับวิสัญญี

ปรากฏว่าลำไส้ยังไม่สะอาดโดยสังเกตจากถ่ายเมื่อรอบเช้าตีห้า ยังมีกากปนเลยต้องไปสวนล้างอีก1รอบ รอบนี้เป็นการเอาน้ำเข้าทางทวารโดยตรง ปล่อยให้น้ำยาไหลไปถึงลำไส้ส่วนต้นแล้วค่อยปล่อยถ่าย การกินยาคือล้างจากสำไส้เล็กลงมา สวนถ่ายคือล้างลำไส้ใหญ่ขึ้นไป

จากนั้นไปเจาะเส้นเพื่อให้น้ำเกลือ ต้องเจาะสองรอบ ความรู้ใหม่คือ ถ้าอดน้ำอดอาหารมา จะทำให้เส้นเลือดลีบ เจาะยาก รูแรกเจาะแล้วแตก ต้องพักแล้วเจาะใหม่ อากาศห้องผ่าตัดหนาวมาก น้ำมูกไหลไม่หยุดเลย

จากนั้นไปรอในห้องส่องกล้องจัดท่าจัดทาง พอหมอเข้ามาบอกว่าจะเริ่มทำ ลืมตาอีกทีคือเสรจแล้ว ไปกินแล้วมาฟังผลโดยรวมๆ ลำไส้เรียบดีไม่มีผิวขรุขระ มีติ่งเนื้อ3จุดหมอตัดออกให้หมอพร้อมส่งตรวจ biopsy อัลตร้าซาวน์ช่องท้องไม่เจออะไร ตรวจเลือกการทำงานของตับไม่เจออะไร สรุปว่าลำไส้ทำงานผิดปกติเพราะแปรปรวน คำว่าแปรปรวนคือทำงานผิดไปเพราะพฤติกรรม ต้องปรับเปลี่ยนออกกำลังและลดความเครียด การใช้ยาคือปรับให้ทำงานตามจังหวะของยาแต่ถ้าจะให้หายและทำงานปกติเองต้องเริ่มจากภายใน








ค่าตรวจแพงมาก


28 กค

อาการหูอื้อยังคงเหลืออยู่ประมาณ 5-10% แต่เสียงวี๊ดๆในหูยังคงดังค้างตลอด24ชม ไม่หายไป อาการแน่นในรูหูยังมีบ้างเป็นครั้งคราว แก้วหูขยับเองได้บ่อยขึ้น


02 สค

นัดติดตามอาการ และนัดฟังผลชิ้นเนื้อ ได้ความว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง สรุปอาการที่เป็นคือท้องอืด ลำไส้ไม่ขยับตัว น่าจะมาจาก IBS คุณหมอทำการปรับยาใหม่เป็น RESOLOR 1mg

16 สค

อาการมวนท้องดีขึ้นแต่ยังท้องผูก รอบนี้ปรับยานิดหน่อย แล้วนัดอีกที 1 เดือนเลย






Sunday, July 7, 2024

NPC ตอนที่37 สำลักอาหาร จะติดเชื้อในหูอีกไหม

 6 กค

กินกระเพาะปลาตอนเช้า กลืนผิดจังหวะสำลัก ตอนแรกคิดว่าสำลักปรกติ แต่สักพักน้ำมูกไหล มีซุปปนออกมากับน้ำมูก แปลว่าที่สำลักเมื่อเช้าขึ้นไปถึงโพรงจมูก จึงรีบทำการล้างจมูกออก และหยุดเป่าหูไล่น้ำตามที่หมอ.ร แนะนำไว้ ป้องกันเศษอาหารทะลุไปที่หู แล้วติดเชื้อมากขึ้น ตกดึกตอนนอนเริ่มหูอื้อเล็กน้อย อากาศเย็นฝนตก

7 กค

เช้ามาหูอื้อมากขึ้น เริ่มมีน้ำมูกเยอะ สั่งน้ำมูกไปสามรอบตอนเช้า และอีกสี่รอบตอนสายๆ ทำการล้างจมูกเพิ่มเติม เริ่มได้ยิน มีเสียงแก้วหูขยับ หูเริ่มตื้อ แต่ยังไม่ปวด ได้ยินเสียงหัวใจเต้นตุ้บๆในหู ตอนนี้ตอนบ่ายรอดูอาการไปก่อนว่าจะมีอาการปวดหูเพิ่มไหม 

บ่ายกว่าๆละ เริ่มแน่นหูมากขึ้น คิดว่าไปหาหมอดีกว่า เผื่อเป็นอะไรจะได้กินยาทัน หมอ.ช ดูหูบอกว่ามีระดับน้ำประมาณ 30% คอไม่แดง คิดว่าน้ำมาจากแพ้อากาศ ยังไม่น่าจะติดเชื้อ ให้ยาแก้แพ้และซูโดลดน้ำมากิน10วัน ถ้ามีอาการอื่นค่อยมาเอายาฆ่าเชื้อ



จากนั้นแวะไปหาหมอลำไส้ทางเดินอาหาร เล่าอาการให้หมอ.น ฟังว่า

  • มีอาการถ่ายผิดปกติมาประมาณ2อาทิตย์ 
  • มีอาการปวดท้องถ่ายปกติ แปลว่าลำไส้น่าจะทำงาน แต่พอเบ่งกลับไม่ออก มีแค่ลมออกมา ปลายทวารไม่เปิดออกง่ายๆแบบที่เคย ต้อง เบ่งแรงเบ่งนาน
  • เบ่งแล้วลำอุจาระไหลออกไม่แรง ลำอุจาระเล็กลงจากที่เคย ปลายลำแห้งแข็ง ผิวมีลักษณะขรุขระหยาบ แต่สีเหลืองสีน้ำตาลปกติ ไม่ดำคล้า
  • ช่วงแรกของการเบ่งจะเจ็บรอบทวารจึงต้องขมิบตัดแบ่ง ทำให้ออกมาเป็นก้อนเล็กๆ
  • ปลายลำบางครั้งมีเมือกแวกซ์สีขาวเคลือบ 
  • ช่วงที่ผ่านมากินผักมากพอสมควร กินแฟลกซี้ดวันละ5ช้อนผสมน้ำผักปั่นเพื่อเพิ่มมวลอุจจาระ แต่ลำที่ออกมายังมีลักษณะแน่นตรงปลาย แต่หลังๆจะยังคงฟูนิ่ม
  • หลังถ่ายจะมีอาการเจ็บที่ปลายรูทวาร เหมือนเจ็บริสีดวง เจ็บค้างทั้งวัน
  • มีอาการปวดท้องถ่ายตุ่ยๆ เบาๆ ไปตลอดวัน เหมือนอยากเข้าห้องน้ำถ่าย
หมอทำการสำรวจก้นเบื้องต้น แจ้งว่ามีอาการลำไส้แปรปรวน ถามว่าทำงานเครียดไหม แต่รวมๆ น่าจะต้องส่องกล้องลำไส้และกระเพาะอาหาร พร้อมทั้งultra sound ช่องท้องไปด้วย นัดทำวันที่10กค ตอนเช้า ใช้เวลาทำ1.5ชั่วโมง พร้อมกับให้ยาถ่ายมาด้วย การทานยาถ่ายให้ทาน forlax10g ควบคู่กับ mucilin5g เพราะการทำงานต่างกันสามารถเสริมการทำงานได้ดีกว่า 








การเตรียมตัวส่องกล้องจะใช้ยาสองตัวเพื่อล้างลำไส้




8 กค
เช้าวันนี้หูอื้อเพิ่มเป็น80% บางจังหวะ90% แต่ที่ต่างจากครั้งก่อนคือไม่ปวดหูด้านใน อัตราการเติมน้ำก้ค่อนข้างช้า และยังพอสามารถไล่น้ำออกได้บ้าง ตอนนี้เริ่มพอจับทางการไล่น้ำได้บ้างแล้ว มีหลายวิธีสลับกันไป
  • อ้าปากให้กว้างที่สุดแล้วรีบกลืนน้ำลาย
  • เยื้องปากมาข้างหน้า เหมือนทำฟันล่างเหยิน แล้วรีบกลืนน้ำลาย
  • ปิดจมูก เป่าลมเข้าหูแล้วรีบกลืนน้ำลาย วิธีนี้ช่วยขยับแก้วหูที่จมน้ำให้ขยับไปมาได้ด้วย ลดการปวดในบ้างจังหวะ
น้ำที่ไหลลงเป็นน้ำสีเหลืองข้นๆ ไม่ใสเหมือนครั้งก่อนๆที่ติดเชื้อ อันนี้เหมือนมาทีละนิดมันเลยเหนียวข้น

9 กค 
วันนี้ลางานอยู่บ้านเตรียมล้างท้อง 
ตอนเย็น รพ โทรมาว่าประกันยังไม่อนุมัต เลยเลือนการส่องกล้องไปก่อน
นัดใหม่เป็นวันที่ 19 กค ต้องเริ่มกระบวนการกินโจ้กใหม่อีกทีวันที่ 16 กค


15 กค
อาการหูอื้อหายไปเยอะแล้ว เหลือประมาณ 5% ล่าสุดมีก้อนเหนียวๆแข็งๆ หลุดออกมา โดยก่อนที่จะหลุดจะรู้สึกเจ็บในหูตรงลำคอ ประมาณว่าแถวๆ ท่อยูสเตเชียน เดาเอาเองว่าก้อนเหนียวในหูค่อยๆไหลออกมา อาการจึงดีขึ้นได้เยอะ






Tuesday, May 7, 2024

NPC ตอนที่ 36 ติดตามอาการหลังกลับจากญี่ปุ่น

 23 เมษา

มาพบหมอรุ้งก่อนเวลานัด หมอนัดตรวจติดตามผลหลังจากขึ้นเครื่องบิน การขึ้นเครื่องบินไมีปัญหาอะไร ผ่านไปด้วยดี กินซูโดไปแค่ครั้งเดียว ไม่มีอาการปวดหู  อาการหูอื้อยังคงมีเป็นครั้งคราว เสียงวี๊ดในหูยังมีแต่เบาลงบ้างแล้ว ไม่ต้องกินยาแก้แพ้

26 เมษา

มาหาหมอENT คนใหม่ เพราะคอเจ็บ เสมหะเขียว น้ำมูกเขียว ตาแดง หมอให้ยาฆ่าเชื้อมากิน 10วัน ถ้าอาการดีแล้ว 7วันก้อหยุดได้ยา Cravit มา



**กินไปได้แปดวันลืมกินไปสองวันจึงหยุดกินไป หมดวันสุดท้าย 3พค

27 เมษา

มาหาหมอตา เนื่องจากเมื่อวานมาค่ำๆ คลินิคตาปิดไปแล้ว อาการคือตาแดงมาก มีน้ำเมือกเยิ้มปิดตาจนเปิดไม่ได้ ต้องคอยเอาน้ำเกลือเช็ดออกทุกชั่วโมง Tabrodex เภสัชบอกว่าหยอดต่อเนื่องสัก3วัน ถ้าดีแล้วค่อยหยุด





7 พค

มีนัดกับหมอบุญสามที่รามา หมอดูหูให้ บอกว่า ไม่มีน้ำ อาการหูอื้ออาจเกิดได้เป็นปกติสำหรับคนฉายแสง น้ำเกลือเหลือเยอะ นัดอีกที6เดือน


11 พค

มีอาการหูอื้อตั้งแต่เมื่อคืน เช้ามาปวดหูนิดๆ เหมือนมีน้ำคั่งเยอะ ขับรถไปโคราช หูเริ่มปวดมากขึ้น พยายามไล่น้ำออก ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จนเวลา 19:30 เหมือนจะเริ่มทนไม่ไหว รีบไปหาหมอ รพ กรุงเทพโคราช เอาประวัติเก่าที่จดไว้ในนี้ให้หมออ่าน ได้ยามา1ชุด






เสียงดังกรุปกรับในหูที่ผ่านเคยสงสัยว่ามากจากไหน วันนี้เริ่มชัดละ มันคือเสียงแก้วหูถูกน้ำดันให้พองออกพอมันโดนไปถึงจุดนึงจะดังกรุปแล้วก้อปวด พอโดนดันอีกจังหวะจะดังอีกกรุปแล้วก้อปวด ถ้ารอให้ดังบ่อยๆ จะเป็นเหมือนเมื่อตอนเย็นคือปวดมาก

12 พค

ยังมีไข้แต่อาการปวดในแก้วหูลดลงมานิดนึง ยังไม่สามารถเป่าไล่น้ำได้ เพราะจะเจ๊บแปล๊บทันที มีอาการปวดร้าวหลังหูเพิ่ม ตำแหน่งคือบริเวณหลังใบหูร้าวยาวลงมาตรงๆถึงคอข้างกรามขากรรไกร

13 พค

ยังมีไข้อุ่นๆ เริ่มสงสัยว่ายาฆ่าเชื้อนี้ใช้ได้ตรงกับโรคไหม เพราะที่เคยกิน เวลาปวดหูมากๆ กินยาเข้าวันที่สาม อาการจะหายไปเกือบหมด จะเหลือเพียงน้ำที่ค้างในหู แต่รอบนี้ยังคงเจ็บอยู่เรื่อยๆ

คำถามที่สงสัยคือ

  • อาการระบมมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไหม
  • ควรเจาะแก้วหูใส่ท่อเลยไหม

14 พค

ไปหาหมอเพือ่ดูอาการเพิ่มเติมเพราะทาง รพ ไทยนครินทร์ จะมีประวัติเก่าเยอะกว่า ประเมินความเสี่ยงได้มากกว่า มีข้อสังเกตุที่คุยกับหมอไว้คือ อาการหูติดเชื้อทั้งสองครั้งเป็นหลังจากที่เป็นหวัดประมาณ14วัน โดยระยะการกินยาคือ10วัน หมอแนะนำว่า ครั้งต่อไปที่เป็นหวัด ให้ล้างจมูกเบาแรงลง เพื่อป้องกันเชื้อโรคกระจายเข้าช่องหู และงดการเป่าหูไล่น้ำออกไปก่อนในช่วงนั้น

ส่องกล้องดูแล้วยังมีอาการแก้วหูแดง เจ็บแปลบ แต่ไม่ปวดจากน้ำในหูดัน คุณหมอบอกว่าถ้าเจาะใส่ท่ออาจจะไม่ตอบโจทย์เพราะการเจาะคือการระบายเซรั่มที่เกิดจากเนื้อเยื่อในหูใสๆ แต่รอบนี้เกิดจากน้ำจำพวกหนองติดเชื้อมากกว่า แนะนำว่าให้ดูอาการจากการกินยาไปก่อน

เปลี่ยนยาเป็น Avelox จากการหาข้อมูล ยาตัวนี้เป็นยากลุ่ม ฟลูออโร ควิโนโลน รุ่นที่4 ชื่อตัวยา moxifloxacin อยู่ในรุ่นเดียวกับ sitafloxacin ที่เคยกินตอนหาหมอทางเดินปัสสาวะ แต่ Avelox เน้นไปเชื้อในทางเดินหายใจเป็นหลัก


18 พค

เสาร์อาทิตย์นี้นอนทั้งวัน มีอาการมึนๆ ตื้อๆที่หัว เพลียๆ หายใจไม่คล่อง จริงๆรู้สึกเพลียมาได้ 2-3อาทิตย์แล้ว ทำงานกลับบ้านคือต้องนอน1ตื่น แล้วถึงกินข้าวเย็นได้


19 พค

วันนี้หมอนัดดูอาการ ตรวจกันด้วยความรวดเร็ว อาการดีขึ้นแต่ยังไม่หายสนิท มีอาการเจ็บที่ขอบแก้วหูด้านบนเวลาเรอหรือจาม หมอบอกว่าไม่แดงแล้วแต่ยังมีน้ำเหลือ กินยาชุดเดิมไปอีก1อาทิตย์ ถ้าเป่าหูแล้วเจ็บให้ทำเบาๆหรือยังไม่ต้องเป่าไปก่อน แต่เล่าให้หมอฟังว่าเวลาเป่าแล้วจะชอบหน้ามืดวูบไป10วิ ถ้ายืนคือต้องหากำแพงจับไม่งั้นบ้านหมุน คุณหมอให้เอาไปเล่ากับหมอรังสีด้วยว่าเป็นเคสผลข้างเคียงจากฉายแสงไหม

22 พค

อาการปวดหูดีขึ้นมาก แทบไม่มีอาการปวดตุ้บๆเลย เหลือแค่ปวดเกร็งรอบรูหุและกกหู คาดว่าเป็นที่กล้ามเนื้อเกร็ง

23 พค

เสียงวี้ดกลับมาชัดเจนอีกแล้ว เวลาเผลอนอนทับหูซ้าย สังเกตได้ว่าตอนตื่นมาจะปวดกกหูและรอบหูชัดเจน


26 พค

มีนัดกับหมอ หมอดูแล้วน้ำในหูแทบไม่มีแล้ว อาการหูอื้อเหลือ 50% หมอถามว่าจะเทสการได้ยินไหม บอกหมอว่าไม่ต้องมั้งเพราะตอนนี้ประเมิรตัวเองพอจะได้ผลใกล้เคียงกับที่เคยเทสสามรอบก่อนหน้า หมอบอกว่าหยุดยาฆ่าเชื้อได้

28 พค

การได้ยินดีขึ้นเป็น70%แล้ว เสียงยังคงชัดอยู่ เหมือนว่าเสียงวี้ดจะมาตอนแก้วหูมันขยับกลับเข้าที่แล้วเข้าไม่สุดดี ประมาณนั้นมั้ง

29 พค

เผลอนอนทับหูซ้าย ตื่นมามีอาการปวดกล้ามเนื้อในช่วงหู อาการคล้ายเป็นเหน็บที่น่อง จะเจ็บกึกที่กล้ามเนื้อรอบรูหู ไม่ได้เจ็บที่ตัวเยื่อแก้วหู บางครั้งก้อเจ็บที่จุดหลังแก้วหู ถ้าให้เดาน่าจะเป็นบริเวณ ท่อระบายอากาศหูชั้นใน

30 พค

ไปพบหมอฉายแสงที่รามา ตามนัดรอบ 6เดือน แจ้งหมอว่ามีอาการหูอื้อ หมอบอกว่าหูอื้อมักจะเป็นเรื้อรัง ถ้ามีน้ำก็ให้ไปเจาะออกแค่นั้นเลย ซึ่งแปลว่าอาการติดเชื้อง่าย หูอื้อง่าย การไปเจาะน้ำออก จะเป็นกิจวัตรปกติไป คลำต่อมน้ำเหลืองปกติดี ดูปริมาณน้ำลายปกติดี หมอนัดทำ MRI รอบ1ปี ตอนเดือน พย 


15 มิย

อาการหูอื้อลดลงเหลือสัก 5-10% เสียงวี้ดยังมีค้างตลอด 24ชั่วโมง มี improve เพิ่มมา1อย่างคือน้ำมูกหลักคอสามารถไหลลงคอเองได้แล้ว ไม่เกาะค้างที่ผนัง ยังคงมีน้ำเหลืองเหนียวๆ ออกมาจากหลังคอ แต่น้อยลงไปเยอะแล้ว






Thursday, March 21, 2024

NPC ตอนที่35 ติดตามอาการเดือนมีนาคม

 21 มีนา

วันนี้มีนัดกับหมอ onco ที่รามา หมอนัดตรวจค่าเลือด ผลคือค่าไตลงมาปกติแล้ว 0.99 ค่าตับปกติ ค่าไทรอยปกติ แต่ลืมถามหมอเรื่องมือเหลือง อัพเดทหมอเรื่องปวดหลังแต่เท่าที่ตรวจจะเป็นกล้ามเนื้อ หมอเป็นห่วงที่แกนกระดูกสันหลัง ถ้าปวดที่แกนกระดูกเกิน2อาทิตย์ ให้รีบมาใหม่ จะนัด xray เพิ่มเติมให้

24 มีนา

มีนัดกับหมอ ent ที่ไทยนครินทร์ อาการหูลดลงเยอะ เหลือ 20% ก่อนมาเข้าใจว่าไม่มีน้ำในหูแล้ว แต่หมอส่องดู พอว่ายังมีเป็นฟองๆ แต่น้อยจนบอกเป็นระดับน้ำไม่ได้แล้ว สั่งตรวจการได้ยินผลคือ แรงดันในหูกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่อาการน้ำในหุยังมีอยู่ แก้วหูยังเคลื่อนที่ไม่เป็นอิสระ ประเมินการรักษาด้วยการเป่าหุให้มากขึ้น ไล่น้ำฟองๆออก และบริหารแก้วหูบ่อยๆ นัดอีกทีสองอาทิตย์

29 มีนา

อาการเจ้บฟันยังมีอยู่บ้าง แต่น้อยลง เคี้ยวข้าวได้ เคี้ยวผักได้ แต่เคี้ยวของแข็งไม่ได้ หมอประเมินว่ามีอาการฟันโยก และมีอาการเหงือกร่น ทำการ xray เพื่อเปรียบเทียบ ไท่พบการเปลี่ยนแปลงในทางลบ ไม่เหงือกอักเสบ ไม่มีรอยหนอง แต่มีคราบอาหารระหว่างร่องฟันเยอะ คาดว่าเป็นสาเหตุของการเจ็บเหงือก เพราะน้ำลายแห้งเป็นฟอง ทำให้การชะล้างไม่ดี คำแนะนำคือให้ใช้ไหมขัดฟันและแปรงร่องฟันเสริม

7 เมษา

หมอรุ้งนัดดูอาการหูอื้อเตรียมความพร้อมที่จะขึ้นเครื่องบินอาทิตย์หน้า ให้เตรียมยาซูโดไว้กินตอนเครื่องจะขึ้น และหากจำเป็นกินซ้ำ6-8ชั่วโมงตอนอยู่บนเครื่อง


Monday, January 22, 2024

NPC ตอนที่34 อาการใหม่หลังจากกลับจากอินเดีย

 26 ธันวา

ไปเที่ยวอินเดียช่วงคริสต์มาส ไปเจออากาศหนาว แถมฝุ่นเยอะมหาศาล ทำให้จมูกเริ่มตัน หูเริ่มตันอื้อๆ น้ำมูกไหลบ้างหยุดบ้าง ล้างจมูกเอา อาการเหมือนดีขึ้นบางวัน แต่สุดท้ายเจอว่ามีเลือดออกเป็นก้อนๆ น้ำมูกเป็นสีเหลืองใสบ้างเป็นลิ่มบ้าง

5 มกรา

น้ำมูกเปลี่ยนจากสีขาวเป็นเหลืองเขียวข้น ไปหาหมอที่ไทยนครินทร์ หมอสรุปว่าติดเชื้อในไซนัส ให้ยา 

เลโวฟอกซาซินมากินเจ็ดวัน พร้อมกับ ยาแก้แพ้และซูโด



ถามหมอว่า ตอนนี้ค้นพบเวลาล้างจมูก ถ้าก้มหน้าเยอะ จะช่วยให้ล้างเอาเมือกที่ค้างด้านหน้าไซนัสออกมาได้มากกว่ายืนตัวตรง คุณหมอบอกว่าเขามีชื่อเรียกท่า slam rinse

Nasal Irrigation

Sinus Rinsing


12 มกรา

หลังจากกินยาไปสามวัน น้ำมูกจากสีเขียวกลายเป็นสีขาว แต่ยังข้นๆอยู่ หมอเลยให้กินฆ่าเชื้อต่ออีก3วัน แจ้งหมอว่า มีหูอื้อนิดหน่อย แต่ไม่ได้ทำอะไร

16 มกรา

ไปหาหมอ ENT ที่รามา หมอส่องกระจกให้ดู หลังคอหอย เรียบดี ดูจมูกแห้งดี แจ้งว่าหูอื้อ ดูหูให้บอกว่าปกติ ตอนหูอื้อจะอื้อนิดๆ เป็นหายๆ บางที่จะมีเสียงลั่นเปรียะแล้วหายอื้อได้บางครั้ง

18 มกรา

ไปหาหมอฟัน แจ้งว่าเวลาเคี้ยวมีอาการเจ็บแปลบที่ฟันที่ครอบ หมอให้ลองกัดทดสอบสรุปว่า รากฟันอักเสบ ให้กลับไปหาหมอที่ครอบฟันให้ เพื่อดูว่าต้องรักษายังไง การที่รากฟันอักเสบนานๆ จะทำให้เป็น ORT ได้เช่นกันและถ้าหารักษารากฟันไม่ได้ต้องถอน ทางรามาจะถอนให้ นัดอีกที2เดือนเพื่อสรุปขั้นตอน

20 มกรา

มีอาการลิ้นบวม พูดไม่ชัด กัดลิ้นตัวเอง จากที่ผ่านอาการนี้เป็นเพราะน้ำเหลืองไหลเวียนไม่ดีทำให้มากองที่บริเวณคอ/ลิ้น

22 มกรา

นอนตะแคงซ้ายแล้วมีอาการปวดหูมาก แถมหูอื้อไม่หาย ไม่มีเสียงลั่นเปรียะ แต่อื้อค้างทั้งวัน ไป รพ ไทยนครินทร์ หมอให้คำแนะนำว่า น่าจะมีน้ำ(เหลือง)ในหูชั้นกลาง ถ้าค้างหลายวันอาจเหนียวข้นเลยไม่หายอื้อ แถมมีไข้ 37.8| อาจจะเป็นโควิดหรือติดเชื้อในหู แต่เนื้องจากเพิ่งกินยาฆ่าเชื้อไป เลยไม่อยากให้อีก แต่เนื่องจาก มีไข้จึงจำเปนต้องให้กันเอาไว้ก่อน นัดอีกที7วันมาดุอาการ ระหว่างนี้ให้ ทำการเป่าเคลียร์หู วันละ30ครั้ง เพื่อไล่น้ำเหลืองให้ลงท่อระบาย จะช่วยให้หูไม่อื้อได้บางส่วน ได้ยาฆ่าเชื้อตัวใหม่ Meiact กับยาแก้แพ้และซูโด 7วัน




หูชั้นกลางอักเสบ

วิธีเคลียร์หู


23 มกรา

เช้านี้ตื่นมาหูไม่แน่นฟิตเหมือนเมื่อวาน ค้นพบว่าถ้าฝึกเป่าหูพร้อมกันเอียงหัวไปด้านหน้าเล็กน้อยจะเคลียร์หูได้โล่งกว่าเอียงไปด้านอื่น แต่เคลียร์หูด้วยวิธีเป่าจะค่อนข้างยากถ้าตอนนั้นเจ็บหูร่วม เลยหาวีธีเคลียร์แบบอื่น ด้วยการขยับขากรรไกร ได้ผลดีทีเดียว วันนี้หูจะโล่งๆหน่อยแล้ว 


29 มกรา

อัพเดทอาการ ยังคงมีอาการหูอื้อ แต่เป็นๆ หายๆ หมอสงสัยว่าท่อ ยูสเตเชียน ตันเพราะไซนัสอักเสบหรือผลกระทบจากฉายแสง ให้ทำการเป่าลมเยอะๆ เพื่อไล่ของเหลวออกจากหู กินยาต่ออีก 7วัน ถ้าไม่ดีขึ้นจะต้องเจาะแก้วหูระบายแรงดัน แต่การเป่าหูถ้าเป่าไม่แรงก็จะไม่ช่วยดัน แต่ถ้าเป่าแรงไป ลมชอบออกตามหัวตา เลยไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมว่าการใช้แรงดันแบบผสมจะช่วยไล่น้ำได้ดีขึ้น

**ข้อมูลจาก internet**





สาเหตุที่ทำให้ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ

การที่ท่อยูสเตเชียนเกิดความผิดปกตินั้น อาจเกิดได้ทั้งจากโรคที่เป็น จากสิ่งแวดล้อม และจากการใช้ชีวิตตามปกติ เช่น 

  • เกิดจากการอักเสบและบวมของจมูก, ไซนัส หรือโพรงหลังจมูก, การอักเสบของต่อมอดีนอยด์, การฉายแสงบริเวณโพรงจมูก ซึ่งจะทำให้เยื่อบุรอบท่อยูสเตเชียนบวมหรือตีบแคบลง ทำให้มีการทำงานผิดปกติได้
  • เกิดการเปลี่ยนแปลงความกดดันบรรยากาศอย่างรวดเร็ว หรือในระยะเวลาอันสั้น เช่น ขึ้นหรือลงลิฟต์เร็วๆ, เครื่องบินขึ้นหรือลงเร็ว, ดำน้ำโดยลดระดับเร็วเกินไป
  • มีก้อนไปอุดรูเปิดของท่อยูสเตเชียน ทำให้ท่อทำงานผิดปกติ เกิดความดันเป็นลบในหูชั้นกลาง เช่น ต่อมอดีนอยด์ที่มีขนาดโตจนไปอุดรูเปิดของท่อยูสเตเชียน, มะเร็งของโพรงหลังจมูกที่ลามไปที่ท่อยูสเตเชียน ทำให้ท่อนี้ทำงานผิดปกติไป

ทำ Toynbee maneuver คือบีบจมูก 2 ข้าง และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง(ท่อยูสเตเชี่ยนจะเปิด และเกิดความดันที่เป็นลบในหูชั้นกลาง)เอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง(ท่อยูสเตเชี่ยนจะเปิด ทำให้ความดันที่เป็นลบในหูชั้นกลางหายไป)

ทำ Valsalva maneuver ซึ่งทำได้โดยให้ผู้ป่วยสูดหายใจเข้าเต็มที่ปิดจมูก(เอามือบีบจมูกไว้)และปาก เบ่งลมให้อากาศผ่านทางจมูกที่ปิด อากาศจะผ่านไปที่ท่อยูสเตเชี่ยนเข้าสู่หูชั้นกลาง(ท่อยูสเตเซียนจะเปิด เกิดความดันที่เป็นบวกในหูชั้นกลาง)เอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง(ท่อยูสเตเซียนจะเปิด ทำให้ความดันที่เป็นบวกในหูชั้นกลางหายไป)ขณะที่เป็นหวัด หรือไซนัสอักเสบซึ่งมีการติดเชื้อในจมูก ไม่ควรทำวิธีนี้เพราะจะทำให้เชื้อโรคในจมูกหรือไซนัสเข้าไปสู่หูชั้นกลางได้


หูอื้อ 1

หูอื้อ 2

หูอื้อ 3


4 กุมภา

หลังจากที่ทำบริหารแบบตามค้นมา ผลคือวันพฤหัสอาการหูอื้อดีขึ้น เหลือเพียงหูตื้อๆ ได้ยินเสียงปกติเพียงแค่ไม่ชัด และมีเสียงวี๊ดเบาๆตลอดเวลา ทนบริหารหุต่ออีกสองวัน วันเสาร์ดีขึ้นอีกนิด เวลาเคี้ยวมีเสียงกรุบกรับในหูแทรกเข้ามาเรื่อยๆ วันอาทิตย์เช้าหลังทำหูบริหาร มีก้อนเหนียวหลุดออกมาได้ มีเทคนิคเพิ่มเติมคือเวลาบ้วนปากเราจะล้างได้แค่ปากและคอส่วนหน้า แต่ถ้าต้องการล้างหลังโพรงจมูกเพื่อเอาน้ำลายเหนียวหรือก้อนน้ำเหลืองเหนียวที่ไหลจากหู เราจะต้องกลั้วคอโดยแหงนหน้าให้สูงแล้วแอ่นตัวไปด้านหลังเพิ่มเติม อมน้ำให้มากหน่อนแล้วกลั้วคอปกติ องศาคอจะเอียงให้น้ำไหลไปที่หลังโพรงจมูกส่วนต้นได้ง่ายขึ้น ความจริงควรใช้น้ำเกลือผสมจะดีกว่าน้ำเปล่าๆ 



ช่วงบ่ายมีจังหวะจึงแวะไปหาหมอที่ไทยนครินทร์เรื่องที่มีเสียงวี๊ดในหูข้างซ้าย คุณหมอให้ตรวจการได้ยิน ผลคือหูข้างซ้ายดีขึ้นตามที่รุ้สึก แต่ยังมีความดันเป็นลบ -138 typeC คุณหมออธิบายว่า น่าจะมีการอุดตันของท่อระบายแรงดัน อาจจะมีการบวมคั่งข้าง โดยปกติร่างกายจะผลิตน้ำเหลืองจำนวนน้อยๆในหูชั้นกลาง แต่ถ้ามีการอักเสบ อาจจะผลิตมากขึ้น และถ้าระบายออกไม่ได้จะทำให้เกิดหูชั้นกลางมีน้ำค้าง น้ำที่ค้างจะข้นขึ้นตามจำนวนวัน ดูจากรูปก้อนเหนียว น่าจะไม่ติดเชื้อ แต่เหนียวจากการค้างนาน ดังนั้นภาระกิจคือต้องระบายน้ำออกให้เร็ว อาจทำได้ด้วยการส่องกล้องหนีบออก กับเจาะแก้วหูระบาย แต่วันนี้เท่าที่เห็นยังพอใช้ยาได้ น่าจะลองเสตียรอย กับเรพาลิลก่อนสัก7วัน 

ส่วนเรื่องการบริหารหูถ้าใช้วิธีเป่าอย่างเดียว จะต้องเป่าด้วยแรงเยอะมากกว่าจะหลุด แนะนำให้ทำตามที่รามาแนะนำ เน้นที่การขยับปากบ่อยๆ เพราะท่อเกาะอยู่กับเพดานปาก วิธีนี้น่าจะได้ผลง่ายกว่า




11 กุมภา

มีนัดกับหมออีกครั้ง อัพเดทอาการเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ หมอเลยให้ยาเรพาริลมากิน และไม่นัดแล้ว

17 กุมภา

เมื่อคืนมีอาการปวดหูมาก แก้วหูถูกดึงเข้าไปนอนเวลานอนไม่ได้เลยตื่นตลอดคืน รีบมาหาหมอ ส่องหูดูพบว่ามีอาการน้ำเหลือเต็มหู ขอบแก้วหูแดง ส่องคอแดง หลังโพรงจมูกแดง หมอเลยให้กินยาออกเมนติน , ลอร่าทาดีน,ซูโด,เพนิโซโลน,เรพาริล แบบว่าจัดเต็มอีกรอบ 

รักษากันไป ผลข้างเคียงหลงเหลือจากการฉายแสงนี่มันจะอยู่กับเราไปตลอดจริงๆ

21 กุมภา

มีอาการปวดหูมาก็แวะไปหาหมอให้ช่วยดู หมอว่าอาจจะถึงเวลาเจาะแก้วหูระบายน้ำออก 




25 กุมภา

อาการปวดยังอยู่ และเยอะขึ้น มีเสียงเหมือนไฟช็อตในหู ต่างจากครั้งที่แล้วที่เป็นเสียงขยำกระดาษ

หมอคาดว่าติดเขื้อดื้อยา จะให้ายาชุดใหม่ ยาฆ่าเชื้อเป็น Avelox และได้ singular มาเพิ่ม





2 มีนา เสาร์
อาการปวดหายไปแล้ว หูก็หายไปด้วย จากอื้อๆ กลายเป็นแทบไม่ได้ยิน หน้าซีกซ้ายชา มาหาหมอตามนัด หมอส่องแล้วว่าแก้วหูไม่แดงแล้ว เลยตัดสินใจด้วยกันว่าจะเจาะเอาน้ำออกแบบไม่ใส่ท่อ ลองดูสักสองอาทิตย์ว่าจะเป็นอย่าง ถ้ากลับมาเป็นซ้ำ อาจจะต้องพิจารณาใส่ท่อค้างไว้ 



ขั้นตอนการเจาะคือใส่ยาชาทิ้งไว้ เอากล้องส่องขยาย พร้อมกับสอดเข็มเข้าไปแทง เวลาแทงดังกร้วบ เหมือนเจาะผ่านหนังหมู จากนั้นหมอเอาท่อสอดไปดูดน้ำออกมา ประเมินคร่าวๆด้วยสายตาหมอว่าได้ประมาณ 3ซีซี มีลักษณะเหลืองข้น แต่ยังไม่ถึงกับเหนียวยืด

ข้อพึงระวังสำหรับการเจาะแก้วหูคือห้ามโดนน้ำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

3มีนา อาทิตย์
ตื่นเช้ามาพร้อมกับหมอนเปียกเป็นรอยน้ำสีเหลืองไหลออกจากหูเล็กน้อย ลักษณะเมื่อแห้งจะแข็งเป็นเกล็ดสีเหลืองๆ คาดว่าจะเป็นเซรั่มที่เกิดจากหูอักเสบและเกิดจากแผลอักเสบ อาการหน้าซีกซ้ายชาเริ่มลดลง แต่อาการหูอื้อยังคงมีอยู่ รับรู้ได้ว่าแก้วหูมีการขยับกลับที่เดิมเรื่อยๆ

4มีนา จันทร์
ตอนนอนใช้ผ้ารองหูไว้เพราะเซรั่มไหลออกมาเรื่อยๆ ตลอดคืน



5มีนา อังคาร
เซรั่มยังคงเหลืออยู่



6มีนา พุธ
เซรั่มเริ่มน้อยลงแล้ว

7มีนา
ไม่มีเซรั่มไหลออกมาแล้ว หูเริ่มอื้อเพิ่มขึ้นเหมือนเริ่มสะสมน้ำใหม่อีกรอบ


9มีนา
อาการหูอื้อมาพร้อมกับความรู้สึกตื้อๆเต็มหู มีนัดกับหมอตอนเย็น หมอส่องหูให้แล้วแจ้งว่า แผลติดแล้ว ค่าเฉลี่ยแผลจะหายราวๆ 2อาทิตย์ อันนี้ติดเร็วไปนิดทำให้อาการหูอื้อยังลดลงไปช่วงเวลาสั้นๆ

10มีนา
มีอาการแน่นหูมากขึ้น กำลังกังวลว่าจะแน่นขึ้นทุกวันแบบนี้ไปอีกกี่วัน ถ้าตกในวันทำงานจะลางานลำบาก เลยตัดสินใจไปหาหมออีกรอบช่วงเย็น หมอส่องหูให้บอกว่าไม่น่าจะเป็นเยอะเพราะเห็นน้ำในหูแค่ 40% แนะนำว่า ให้ลองเป่าหู เผื่อจะไม่ต้องเจาะซ้ำ และป้องกันไม่ให้น้ำเหนียวข้น

จากคนไข้ที่ผ่านมาหลังเจาะ จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 1เดือนถึงจะวนกลับมาเจาะซ้ำ และหลังจากเจาะซ้ำไป 2-3 มักจะขอให้ใส่ท่อคาไว้ เรามักจะไม่เจาะซ้ำทุกอาทิตย์ ให้ลองทนไปก่อนสักสองอาทิตย์แล้วค่อยมาดูกันอีกที แต่หมอทักว่าทำไมมือเหลือง

17มีนา
หนึ่งอาทิตย์ผ่าน ความรู้สึกน้ำในหูน้อยลงเรื่อยแต่อาการหูอื้อยังคงมีอยู่ ความแตกต่างของหูอื้อแบบมีน้ำกับไม่มีน้ำคือเสียงพูดมันก้องไม่เท่ากัน สิ่งที่เหมือนกันคือไม่ได้ยินเสียง หรือได้ยินซ้ายขวาไม่เท่ากันทำให้ งงทิศ




Thursday, December 14, 2023

NPC ตอนที่33 อาการปวดหลังมาจากไหน

 14 ธันวา

มีอาการปวดหลัง ปวดกระดูกลางหลัง นอนปวด นั่งปวด ไปหาหมอที่รามา พาราไดส์

หมอกดกระดูกให้ สรุปคร่าวๆว่าเป็นที่กล้ามเนื้อ ได้ยาคลาดกล้ามเนื้อมากิน


จากน้นไปฝั่งเข็มที่หัวเฉียว สามครั้ง ต้องรีบรักษาเพราะสิ้นเดือนต้องเดินทาง 

ต้องเอาให้ดีขึ้นพอจะไปอินเดียได้  อาการทรงๆแต่ยังยืนนานๆไม่ค่อยไหว


Tuesday, October 24, 2023

NPC ตอนที่32 ติดตามผลการรักษาครั้งที่เก้า ผล MRI 1 ปี

 19 ตุลา มีนัดกับหมอฟัน

คุณหมอตรวจฟันทั่วไป ไม่มีฟันผุ แจ้งว่ามีหินปูนเกาะจะทำการขัดหินปูนให้ เอาจริงๆครั้งนี้ห่างจากขัดหินปูนครั้งที่แล้วคือสี่เดือนเอง คุณหมอคงไม่อยากให้มีหินปูนเกาะเยอะ แต่ตอนทำจริงๆ ใช้เวลาเร็วมากๆ น่าจะมีไม่เยอะ ไม่เหมือนรอบก่อนๆ ที่ขัดปีละครั้งจะเจ็บและเสียวรากฟันมาก เพราะทำนาน ส่วนเรื่องการเคลือบฟลูโอไรด์ คุณหมอบอกว่าผนังฟันโดนรังสีทำให้มีความแข็งแรงลดลง ต้องเคลือบฟันตลอดไป รอบนี้อธิบายว่าให้เคลือบ 10 นาทีบางๆ ไม่ต้องเยอะมาก


24 ตุลา มีนัดกับหมอโสตศอนาสิก

วันนี้มาตรวจกับหมอตามนัด คุณหมอได้ส่องกล้องเช็คสภาพ โพรงจมูกภายในให้ บอกว่ารอยแผลดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่แดงกล่ำ ตอนนี้เหลือแดงๆไม่มากเป็นเส้นๆ ที่เหลือเป็นสีชมพู ตรงรอยแผล มีสะเก็ดแผลเหลือเป็นก้อนสีดำเล็กๆสองก้อน ติดอยู่ที่ผนัง หมอใช้ตัวดูดเอาออกเพื่อดูผิวเซลล์ ภาพบอกว่าไม่มีรอยเนื้องอกกลับมาใหม่ กำชับให้ล้างจมูกเรื่อยๆไปตลอด เพราะผนังภายในยังไม่สะอาดดี นัดใหม่อีกสามเดือน


18 พฤศจิ มีนัดทำ MRI รอบสอง

ผลออกมาคือปกติ ต่อมน้ำเหลืองไม่โตขึ้น แต่ก้อไม่เล็กลง จากครั้งที่แล้ว มีขนาดคงที่ ที่0.3mm จากที่เจอครั้งแรก 0.6mm



30 พฤศจิ มีนัดกับหมอฉายแสงกับหมอ onco

หมอฉายแสงคลำต่อมน้ำเหลืองแล้วบอกปกติ ให้นัดติดตามอาการเป็น6เดือน

หมอ onco บอกว่ากล้ามเนื้อคอนิ่มดีให้นวดอย่าหยุด เพราะถ้าพังผืดจับตัวแล้วจะแก้ไขยากมาก



Sunday, September 17, 2023

NPC ตอนที่31 อาการใหม่


 ในแต่วันวันที่ผ่านไป อาการต่างๆก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ประมาณว่าร่างกายมีกาย recover บางวันดีขึ้นบางวันแย่ลง อย่างที่เอารูปมาลงจะเป็นวันที่แย่ๆ มีเลือดออกบางวัน มีแผลขึ้นบางวัน จากที่หมออธิบายคือเซลล์ที่โดนรังสีมากๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถแบ่งตัวได้ด้วยความเร็วเท่าเดิม ทำให้ตอนที่ผลัดเซลล์ไปแล้วไม่มีเซลล์ใหม่มาทดแทน

หลังจากวันที่ 1 กันยามา อาการต่างๆเริ่มดีขึ้น ไม่มีเลือดออกแล้วแต่น้ำลายยังเหนียวอยู่
หลังจากวันที่ 1 ตุลามา น้ำลายเหนียวไม่เป็นสีเหลืองแล้ว ตอนนี้จะเป็นสีขาวๆ ข้นๆ แต่สามารถขากออกได้ง่ายขึ้น ยังมีอาการนอนสำลักน้ำลายบ้างในบางวัน

ผลกระทบข้างเคียงที่่เจอคือแปรงฟันบ่อยๆ ทำให้เหงือกร่น แดง เจ็บ ต้องหาวิธีแปรงฟันใหม่ที่ป้องกันเหงือกร่นให้ได้ดีกว่านี้





18 สิงหา


17 กันยา

Tuesday, July 25, 2023

NPC ตอนที่30 ติดตามผลการรักษาครั้งที่แปด

 25 กค

มีนัดกับหมอรามารอบ3เดือน เล่าให้หมอฟังอาการที่ผ่านมา

  • อาการกรามติดเริ่มดีขึ้นแล้ว
  • อาการกลืนลำบากเริ่มดีขึ้นแล้ว
  • อาการบ่าติดเริ่มดีขึ้นแล้ว
  • อาการคันยังมากกินยาไม่ค่อยหายคัน
  • เริ่มมีน้ำลายแต่เป็นแบบเหนียวๆ
  • ช่วงสองอาทิตย์นี้น้ำมูกเยอะ อากาศเปลี่ยน ฝนตกชื้น
  • กรนเสียงเบาลงแล้ว ค่อนข้างสัมพันธ์กับเรื่องบวมน้ำเหลือง
  • คื่นเช้ายังมีคอแห้งคอติด ใช้ล้างน้ำเกลือช่วยเอา
  • เสียงแหบยังไม่หาย แต่พูดคล่องขึ้น
  • หมอบอกว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เลือด แต่จะเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต
27 กค
เข้านี้จามแพ้อากาศติดกันหลายครั้ง สั่งน้ำมูกมีเลือดปน น่าจะมาจากแผล NPC ปริแตก


















7 กค 
เริ่มจับอาการได้ว่าเวลาไอหรือจามแรงเกินไปมักจะมีเลือดออก คงมาจากแผลปริแตกจากแรงความดัน หมอบอกว่าให้ระวังเรื่องการติดเชื้อตอนที่แผลปริ




















9 กค
อาการภูมิแพ้กลับมาอย่างแน่นอนแล้ว ตอนนี้ใช้วิธีกินยาบรรเทาอาการเป็นวันๆไป เริ่มทดลองกินโพรไบโอติด ว่าจะช่วยเรื่องภูมิแพ้ได้ไหม





Friday, June 2, 2023

NPC ตอนที่29 ติดตามผลการรักษาครั้งที่เจ็ด ผล MRI 6 เดือน

 1 มิย

วันนี้มีกิจกรรมที่ต้องทำเยอะ ทั้งตรวจเลือด ทั้งX-rayปอด และหาหมออีกสองท่าน พร้อมทั้งตั้งใจบริจาคให้กองทุนมะเร็งด้วย


หมอคีโม

  • หมอแจ้งว่าก้อนเนื้อยุบลงแล้วมองไม่เห็น ถือว่าหายแล้ว
  • ให้ออกไปใช้ชีวิตปกติได้ กินอาหารได้ปกติ
  • อาการจากมะเร็งถือว่าหายแล้ว แต่จะมีอาการจากการรักษาจากนี้ไปอีก1ปี
  • เน้นย้ำเรื่องคอให้นวดบ่อยๆ
  • ผล X-ray ปอดปกติ
  • ค่าไตพุ่งขึ้นจาก 0.68 เป็น 1.13 หมอกังวลว่าอาจจะมีอาการไตเสื่อม ให้ดื่มน้ำเยอะๆ แล้วนัดใหม่อีกที่3เดือนมาติดตามค่าไต
  • หมออธิบายว่าการติดตามรักษาจะแบ่งเป็นส่วนๆ หมอคีโมจะติดตามค่าเลือด หมอรังสีจะติดตามผลmriและหมอจมูกจะติดตามการส่องกล้อง
  • ถ้าผลเลือดปกติ หมอคีโมจะนัดติดตามแค่ปีละครั้ง
  • หมอให้ชื่อกองทุนบริจาคมาคือ art for cancer สำหรับผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ที่ต้องการความช่วยเหลือ


หมอฉายแสง

  • หมอบอกว่าในทางเทคนิคถือว่าหายแล้วแต่ภาพmriแรกหลังฉายแสงจะดูยากหน่อย รอดูอีกที6เดือนละกัน
  • อาการจากมะเร็งถือว่าหายแล้ว อาการที่เหลือมาจากผลจากการรักษา เช่นน้ำลายแห้ง
  • อาการส่วนมากเกิดจากร่างกายสร้างพังผืดออกหลังโดนรังสี เปรียบเสมือนแผลเป็นหลังโดนมีดบาด โดยปกติจะเกิดประมาณ3เดือนหลังจบการฉายแสง
  • เมือ่ร่างกายสร้างพังผืดจนสุดแล้ว ร่างกายจะย่อยสร้างพังผืดส่วนเกินออกไปเอง คล้ายๆกันแผลเป็นที่มักจะยุบและนิ่มลงเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ
  • น้ำลายจะดีขึ้นแต่อาจจะช้าต้องค่อยๆรอ
  • อย่าลืมนวดคอให้น้ำเหลืองไหลลง อย่ารอจนเป็นก้อนแข็ง ทำบ่อยๆ ทำทุกวัน
  • ให้กินอาหารปกติได้เพื่อฝึกลำคอและผนังคอ ไม่ให้ติด กินอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนจะฝึกได้น้อย // คงจะเหมือนตอนเช้าตื่นมาจะดื่มน้ำแล้วกลืนไม่ได้เหมือนคอมันติดไม่ทำงาน ต้องบ้วนปากล้างจมูกไปสักพัก แล้วค่อยกลืนพอกลืนได้ก็จะปกติไปทั้งวันแล้วไปเริ่มใหม่ตอนตื่นนอนอีกวัน
  • อย่าเพิ่งกินเผ็ดเพราะเนื้อเยื่อยังอ่อนอยู่
อาการทั่วไป
  • น้ำลายยังแห้งอยู่ ถ้ามีน้ำลายมาจะเป็นแบบเหนียวๆ ข้นๆ
  • คอแห้ง กลืนติด ส่วนมาเป็นผลจาน้ำลายแห้ง โดยเฉพาะตอนเช้าๆจะกลืนลำบากมาก บางครั้งสำลักน้ำตอนกลืน
  • คางมีอาการบวมน้ำเหลืองในตอนเช้า พอสายๆได้นวดบ้างจะค่อยๆยุบไป อาการกลืนติดเหมือนจะสัมพันธ์กับอาการบวมใต้คาง
  • เสียบแหบเสียงเปลี่ยน บางเวลาดี บางเวลาแย่ สลับกันไป แต่รวมๆยังเป็นเสียแหบส่วนใหญ่ ตอนเช้าโดนมากจะพูดไม่มีเสียงเลย
  • เวลาพูดนานๆ จะเจ็บกล่องเสียง เหมือนคนตะโกนตลอดเวลาตั้งวัน
10 มิ.ย.
วันนี้ไปหาหมอ ENT ที่รพ.ไทยนครินทร์ เล่าอัพเดทอาการให้คุณหมอฟัง
  • อาการเจ็บชาปลายลิ้นหายไปแล้ว ความจริงยังมีเหลือนิดหน่อยแต่น้อยจนไม่รบกวนการกินข้าวแล้ว ช่วงนี้กินข้าวได้ปกติ แค่งดกินเผ็ดตามที่หมอฉายแสงบอกไว้
  • คุณหมอลดยาไลลิก้าจาก 75เหลือ 25 บอกว่าจากประสบการณ์หยุดยาเลยไม่ค่อยดีต้องค่อยๆลด แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ดียังไง อาจจะเหมือนร่างกายเคยชินกับยาตัวนั้นมั้ง
  • คุณหมอส่องคอ แล้วดูกระพุ้งแก้ม และส่องรูจมูก ทำท่าตกใจบอกว่าวันนี้ทำไมดูดีขึ้นเยอะ เลยถามไปว่าดียังไง คุณหมอบอกว่าลักษณะผิวเนื้อเยื่อดีกว่าส่องครั้งที่แล้ว 
  • ส่วนเรื่องกล่องเสียง บอกคุณหมอไปว่าทางรามาไม่รักษาตัวนี้ บอกว่าไม่เคยเจออาการแบบนี้ เลยขอคุณหมอว่าจะมารักษาต่อที่นี่นะ
  • เรื่องบวมน้ำเหลือง เล่าให้คุณหมอฟังว่ายังบวมอยู่ คงต้องนวดไปอีกสักระยะ
  • คุณหมดนัด 1 เดือน มีอาการอะไรค่อยมาอัพเดทกันในรอบหน้า
22 มิย
ไปหาหมอฟัน ฟันปกติดีไม่มีผุ หมอขัดหินปูนให้ นัดอีกที 4เดือน เอาฟลูออไรด์มา 6ขวด

24 มิย
วันนี้เป็นแรกที่รู้สึกน้ำลายมา ที่จริงเริ่มรู้สึกมาหลายวันแล้ว แต่มันยังมาแบบกะปริบกะปรอย แห้งแสบคอเป็นระยะ แต่วันนี้ไม่แห้งจนลืมจิบน้ำไปเลย เพียงแต่ยังมีความเหนียวข้นมาก ยังไม่ใส แต่เท่าน้ก้อเพียงพอที่จะทำให้ขากเสมหะออกมาได้แล้ว ทำให้คอโล่งมากขึ้น มีเสียงมากขึ้นไปด้วย

25 มิย
เริ่มมีอาการคันกลับมาใหม่ แต่ยังเป็นการคันเบาๆ ต้องดูอีกสักระยะว่าคันจากอะไร

8 กค
มีนัดกับหมอที่ไทยนครินทร์ครบ1เดือน เนื่องจากที่รามาเริ่มนัดห่าง6เดือน แต่ในระหว่างนี้อาการทั่วไปยังไมค่อยปกติเลยมาติดตามอาการที่ไทยนครินทร์เพิ่มเติม
  • อาการทั่วไปถือว่าขึ้น คอตึงลดลง กรามเจ็บลดลง ห้ามลืมนวดน้ำเหลือง ไม่งั้นจะปวดตึงมาก
  • มีเลือดติดน้ำลายออกมาตอนขาก
  • เสมหะเป็นสีออกเหลืองๆติดที่คอตอนนอน คุณหมออธิบายว่าขนพัดโบกร่วงไปตอนฉายแสง เซลล์พวกนี้จะกลับมาน้อยลงกว่าที่เคยเป็น จะมีอาการน้ำลายค้างเมือกค้าง ไม่ไหลลงคอ ให้ล้างจมูกบ่อยๆ แบบที่หมอรามาบอก
  • ได้ยาแก้แพ้มากินเพิ่มลดเมือก และลดการอักเสบของผิวหนังจะช่วยลดเลือดที่ติดมากับน้ำลายได้
  • ให้กินยา10วัน นัดอีกที1เดือน













18 กค
ยาที่กินครบ10วันแล้ว แต่เลือดยังไหล และไหลเพิ่มขึ้นออกมาเป็นกอง
  • หมอขอทำการส่องกล้องว่าเป็นอย่างไรบ้าง
  • ไม่พบสิ่งผิดปกติ ผิวหนังบาง มีการอักเสบทั่วไป มีเลือดเกาะตามเมือก มีเมือกเยอะ
  • วินิจฉัยว่าเป็นหวัด หรือติดเชื้ออักเสบ ให้ยาแก้แพ้ตัวเดิมมากิน เพิ่มซูโด กับ ออกเมนตินมาด้วย
  • ให้กิน7วัน วันอังคารหน้ามีนัดกับหมอรามาค่อยเอารูปหลังโพรงจมูกไปให้หมอดู
  • วันนี้เริ่มกินเผ็ดได้บ้างแล้ว
  • เค็ม 120%เริ่มกลับมาปกติ
  • เริ่มมีรสหวานถูกต้องบางส่วน จากเดิมถ้าหวานจากน้ำตาลจะออกขมๆ แต่ถ้าหวานจากผลไม้จะหวานจางๆ ถ้าหวานในขนมจะจืดไปเลย
  • ยังมีเลือดออก แต่เริ่มจับทางได้ว่ามักจะออกมาตอนขากหรือจาม